สิวจากแมสก์ หรือ “Maskne” คือ “Mask + Acne” ซึ่งแปลว่า สิวที่เกิดจากหน้ากากอนามัย
ยิ่งในช่วงที่เราต้องใส่แมสก์เพื่อป้องกันตัวเองจากฝุ่นและเชื้อไวรัส
ปัญหาสิวจากการใส่แมสก์ก็ยิ่งพบมากขึ้นตามลำดับ ซึ่งหากใครที่มีผิวบอบบาง แพ้ง่ายก็ยิ่งมีโอกาสเกิดสสิวจากหน้ากากอนามัยเพิ่มขึ้นได้อีก ![]()
หลายท่านที่มาหาหมอ พบว่ามีปัญหาเหล่านี้เป็นจำนวนมาก บางท่านทั้งทายามาแล้ว ใช้ครีมมาหลายชนิดก็ไม่ดีขึ้น อาจเป็นเพราะยังรักษาได้ไม่ตรงจุด วันนี้เรามาทำความรู้จักกันครับว่า Maskne
คืออะไร เกิดจากอะไร และมีวิธีป้องกันอย่างไรกันครับ
สรรสาระโดย
นพ.วรุตม์ คุณาฤทธิพล (หมอช้อป)
– ปริญญาโท ตจวิทยา (ผิวหนัง)
– Dermatology Clinical Observership,
Jutendo University Hospital , Tokyo
– Fellowship in Anti-Aging Medicine
สิวจากแมสก์ ต่างจาก สิวทั่วไปอย่างไร ?
สิวจากหน้ากาก (Maskne)
คือ สิวที่เกิดจาการเสียดสี ความอับชื้นจากการใส่แมสก์
Maskne จะมีลักษณะเป็นสิวอุดตันซึ่งมีลักษณะเป็นจุดเล็ก ๆ ขนาดประมาณ 1 มิลลิเมตร เมื่อใช้มือลูบผิวจะรู้สึกได้ว่าผิวไม่เรียบ และอาจเกิดสิวอักเสบ สิวหัวหนองเกิดขึ้นตามมาได้ ในบริเวณเดียวกันกับบริเวณที่ผิวเสียดสีกับแมสก์นั่นเองครับ
สิวทั่วไป (Acne Vulgaris)
คือ สิวที่เกิดจากการอักเสบของหน่วยรูขนและต่อมไขมัน (Pilosebaceous unit) ใต้ผิวหนัง
สาเหตุมีหลากหลายไม่เฉพาะเจาะจง อาจเกิดได้จากสาเหตุต่างๆ ดังต่อไปนี้ เช่น การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน
กรรมพันธุ์
การใช้ยา
หรือสารเคมีบางชนิด
การใช้เครื่องสำอาง
สภาพผิวหน้าและความมันบนใบหน้า เป็นต้น
—————————————–
สิวทั้ง 2 ประเภทมีวิธีการรักษาแตกต่างกันครับ
ซึ่งบางคนที่มีทั้งสิวจากหน้ากาก (Maskne) และ สิวทั่วไป (Acne Vulgaris) การรักษาก็จะเข้มข้นขึ้นและใช้เวลาในการรักษาเพิ่มขึ้นด้วยนั่นเองครับ
สาเหตุของการเกิดสิวจากแมสก์ (Maskne)
สิวจากหน้ากาก หรือ Maskne เกิดจาก 4 ปัจจัยหลัก ได้แก่
1.การเสียดสีของหน้ากากอนามัยกับผิว (Acne mechanica) ![]()
หากผิวหน้ากากไม่เรียบ มีการกดทับ มีการเสียดสีกับผิวเป็นระยะเวลานานๆ ทำให้ผิวระคายเคือง เกิดการอักเสบตามมาและทำให้เกิดเป็นสิว
สิวจึงมักเกิดบริเวณที่ใส่แมสก์ เช่น แก้ม คาง กรอบหน้า สันจมูก เป็นต้น
—————————————–
2. ความชื้น ความร้อน
และ แบคทีเรีย
(Moisture, Humid environment and Bacterial overgrowth)
การใส่แมสก์เป็นระยะเวลานานจะมีการหายใจเข้าออกตลอดเวลา ซึ่งทำให้ผิวหนังเกิดความชื้น ร่วมกับอากาศร้อนชื้นของเมืองไทย ทำให้ผิวหนังยิ่งเกิดความชื้นเพิ่มมากขึ้นจนเกิดการอุดตันของผิว
ซึ่งความชื้นนั้นจะทำให้แบคทีเรียบนผิวเกิดการแบ่งตัวเพิ่มมากขึ้น และก่อให้เกิดปัญหาสิวตามมานั่นเองครับ
—————————————–
3. การอุดตัน (Clogged Pores) เช่น จากการแต่งหน้า (Make up) น้ำมัน (Oil) และ เหงื่อ (Sweat) ![]()
![]()
การใส่แมสก์เป็นระยะเวลานานทำให้ไม่เกิดการระบายของอากาศ ผิวหนังระบายของเสียได้ไม่ดีทำให้เกิดการอุดตันของรูขุมขนง่ายและเกิดเป็นปัญหาสิวตามมานั่นเอง
อีกหนึ่งสาเหตุที่พบบ่อย คือ “การแต่งหน้า
” เพราะการแต่งหน้าภายใต้แมสก์ เพิ่มโอกาสในการทำให้เกิดรูขุมขนอุดตันและเกิดเป็นสิวได้ครับ
—————————————–
4.ผิวแพ้หรือระคายเคืองจากสารบางชนิดบนแมสก์
(Sensitive or allergy to the material on mask)
สารที่พบว่าแพ้ได้บ่อย เช่น Formaldehyde บนเนื้อผ้าของแมสก์ สายรัดแมสก์ กาวบางชนิด เช่น Latex เป็นต้น
วิธีป้องกันสิวจากแมสก์ (Maskne)
วิธีป้องกันสิวจากแมสก์ ![]()
วิธีง่ายที่สุด คือ การหลีกเลี่ยงสาเหตุเหล่านั้น แต่ในวิถีชีวิตใหม่ (New Normal) ปัจจุบัน จะไม่ให้ใส่แมสก์เลยก็คงเป็นไปไม่ได้ครับ (เพราะเราต้องกลัวโควิดมากกว่าสิวครับ)
ดังนั้นเรามาดูวิธีการป้องกันอื่น ๆ ที่พอทำได้เพื่อป้องกันการเกิดสิวหรืออย่างน้อยก็ลดความรุนแรงของสิวลงได้อย่างถูกวิธีกันครับ
—————————————–
. ล้างหน้าให้สะอาดก่อนและหลังใส่แมสก์
ด้วยโฟม หรือ เจลล้างหน้าสูตรอ่อนโยน ลดการอุดตันและไม่ทำให้ผิวแห้งเกินไป เพราะจะยิ่งทำให้เกิดการระคายเคืองมากขึ้น
เมื่อกลับบ้าน หลังถอดแมสก์ควรล้างหน้าให้สะอาดทันที และหากแต่งหน้า ควรเพิ่มขั้นตอนการเช็ดเครื่องสำอางออกด้วยผลิตภัณฑ์เช็ดเครื่องสำอางก่อนล้างหน้าเสมอ
—————————————–
. เลือกใช้เวชสำอาง หรือ ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ช่วยฟื้นฟูและเสริมเกราะป้องกันของผิวจากการระคายเคือง ลดความมันของผิว ลดการระคายเคืองและการอักเสบของผิวได้ เพิ่มความชุ่มชื้นของผิวและเพิ่ม skin barrier (เกราะป้องกันผิว) ปลอดสารระคายเคือง (สังเกตข้างฉลาก ควรมีคำว่า Fragrance-free, Paraben-free, Sulfate-free, Colorant-free, Silicone-free, Alcohol-free) และ ปลอดสารลดการอุดตัน (สังเกตคำว่า Oil free, Non-comedogenic)
—————————————–
. แต่งหน้าน้อยลง หรือ งดการแต่งหน้าบริเวณที่ใส่แมสก์ซึ่งจะช่วยลดโอกาสการอุดตันที่ผิว และ ลดโอกาสการเป็นสิว
—————————————–
. เลือกหน้ากากอนามัยที่มีคุณภาพ
มีขนาดพอดีกับใบหน้าไม่รัดแน่นจนเกินไปเพื่อลดการเสียดสีของผิว
หน้ากากอนามัยชนิดกระดาษ: ควรใช้วัสดุที่มีคุณภาพ สะอาด มีผิวความเรียบ ไม่ขรุขระ เพื่อลดการเสียดสีกับผิวหน้า และควรเปลี่ยนใหม่ทุกวัน
หน้ากากอนามัยชนิดผ้า: ควรซักทำความสะอาดทุกวัน เพื่อลดการสะสมของเชื้อโรคและกลิ่นเหม็น หรือเลือกเนื้อผ้าชนิดพิเศษที่ลดการสะสมของแบคทีเรีย และ ลดการเสียดสีของผิว เช่น เนื้อผ้าที่มี Nano Zinc Oxide ซึ่งช่วยลดการสะสมของแบคทีเรีย S. aureus, S. pyogenes, E. coli and K. aerogenes เป็นต้น
—————————————–
. รองทิชชู่ระหว่างแมสก์และผิว (เลือกทิชชู่ที่สะอาดและผิวสัมผัสที่ละเอียด) เพื่อลดการเสียดสี และเปลี่ยนทิชชู่ทุก 1-2 ชั่วโมง เพื่อลดกความอับชื้น และ ลดการสะสมของแบคทีเรีย
—————————————–
. ถอดแมสก์บ้าง ในสถานที่ที่ปลอดคนและอากาศถ่ายเทสะดวก
เช่น หากทำงานอยู่ในห้องคนเดียวก็ควรจะถอดหน้ากากอนามัยออก เพื่อให้เกิดการระบายความร้อน
และ ลดความชื้นที่ผิวหนัง แนะนำถอดแมสก์ออกนานประมาณ 15 นาที ทุก 4 ชั่วโมง
—————————————–
. เปลี่ยนแมสก์ทุกวัน ไม่ควรใส่แมสก์ซ้ำ หรือ หากเป็นแมสก์ผ้าควรซักทุกวัน เพื่อลดการสะสมของเชื้อโรค ![]()
—————————————–
. ถ้ามีสิว ไม่ควรบีบแคะแกะเกา แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผิวหนัง
เพื่อการดูแลอย่างถูกต้องและป้องกันการเกิดแผลเป็นและรอยหลุมสิวซึ่งรักษาได้ยากยิ่งกว่า
—————————————–
ในปัจจุบันแมสก์กลายเป็นเหมือนส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเราไปแล้วเพื่อป้องกันไวรัสโควิด (COVID-19) หรือมลภาวะอื่นๆ เช่น PM2.5 เป็นต้น ทำให้ภาวะ Maskne นี้เจอเพิ่มมากขึ้นได้ในทุกคนไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ และเกิดทั่วทั้งโลก แต่เราก็สามารถป้องกันภาวะนี้ได้ตามข้อแนะนำข้างต้นครับ
แต่ถ้าดูแลเบื้องต้นแล้วยังไม่ดีขึ้น ต้องดูว่ามีปัจจัยอื่นกระตุ้นได้อีกหรือไม่ ซึ่งควรปรึกษาแพทย์จะดีที่สุดครับ
สาระความงามที่เกี่ยวข้อง
ขอบคุณแหล่งอ้างอิงจาก