ปรับรูปหน้า ลดริ้วรอย ด้วยการฉีดโบท็อกซ์ ที่ เดอะ พรีม่า คลินิก ศรีราชา

#โบท็อกริ้วรอย #โบท็อกกราม #ฉีดลดรอยตีนกา #โบท็อกปีกจมูก #โบท็อกหน้าเรียว #โบท็อกยกหน้า #โบท็อกลิฟกรอบหน้า #โบท็อกลดหน้ามัน #โบท็อกลดรูขุมขนกว้าง #โบท็อกลดเหงื่อ #โบท็อกลดน่อง #โบท็อกน่องเรียว #โบท็อกแก้ผิวแพ้ง่าย #ฉีดโบท็อกชลบุรีที่ไหนดี #โบท็อกศรีราชา #โบท็อกแหลมฉบัง #โบท็อกพัทยา #โบท็อกชลบุรี #โบท็อกบางแสน #โบท็อกบางพระ #โบท็อกบ้านบึง

โบท็อกซ์ คืออะไร ?

สารโบทูลินัมท๊อกซินหรือที่รู้จักกันในนามโบท็อกซ์ เป็นสารลดเลือนริ้วรอยชนิดหนึ่ง คำว่า “โบท็อกซ์” นั้นเป็นชื่อทางการค้าของสารโบทูลินัมท๊อกซินเอ ซึ่งสกัดมาจากแบคทีเรียคลอสทริเดียมโบทูลินัม (Clostridium Botulinum) ที่สร้างสารพิษชื่อ โบทูลินัมท๊อกซิน จริงๆแล้วสารโบทูลินัมมี 7 ชนิด คือ โบทูลินัมชนิดเอ ถึง จี แต่ชนิดที่มีคุณสมบัติดีและเรานำมาใช้ในทางการแพทย์มี 2 ชนิด คือ โบทูลินัมชนิดเอ ใช้ในทางความงาม และโบทูลินัมชนิดบี ใช้ในการรักษาผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง โดยในปัจจุบันมีสารสารโบทูลินัมท๊อกซินจากหลากหลายประเทศ ซึ่งจะกล่าวต่อไป


สารนี้มีความเป็นพิษต่อระบบประสาท (Neurotoxin) หากได้รับโดยการรับประทาน จะทำให้เกิดอาการอาหารเป็นพิษหรือเกิดอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง แต่ถ้าได้รับเฉพาะจุดในปริมาณน้อยๆ อย่างพอเหมาะ จะช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัวอันเป็นผลดีกับวงการแพทย์ ซึ่งนำมาใช้ในการรักษาโรคตาเหล่ ตาเข นอกจากนี้ยังเป็นผลดีในวงการเสริมความงาม เพราะสามารถลดริ้วรอยต่างๆบนใบหน้า และทำให้ผิวกระชับขึ้นได้ อย่างไรก็ตามผลจากการฉีดโบท็อกซ์จะไม่ถาวร เนื่องจากสารชนิดนี้สามารถสลายไปได้ จึงต้องกลับมาเติมเป็นระยะ

หลักการทำงานของ "โบท็อกซ์"

สารโบทูลินัมท๊อกซินมีฤทธิ์ยับยั้งเซลล์ประสาทไม่ให้ผลิตสารอะซีติลโคลีน (Acetylcholine) ซึ่งเป็นสารที่สั่งให้กล้ามเนื้อยืดและหดตัว ส่งผลให้ “กล้ามเนื้อคลายตัวชั่วคราว” โดยเมื่อนำสารสารโบทูลินัมท๊อกซินมาสกัดให้บริสุทธิ์ สามารถนำไปใช้รักษาทางการแพทย์และเพื่อความงามได้ สารโบทูลินัมท๊อกซินลดริ้วรอยได้โดยการฉีดเข้าไปในกล้ามเนื้อบริเวณที่ต้องการ ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงลงเนื่องจาก ไปยับยั้งการทำงานของกล้ามเนื้อ เมื่อกล้ามเนื้อทำงานลดลงจึงเห็นริ้วรอยลดลงนั่นเอง เช่น ริ้วรอยที่หน้าผาก ตีนกา ระหว่างคิ้ว เป็นต้น

เราสามารถนำมาสารโบทูลินัมท๊อกซินฉีดลดขนาดในกล้ามเนื้อที่มีขนาดโตเกินไป เช่น กล้ามเนื้อกรามที่ใหญ่เกินทำให้คนมีใบหน้ากว้าง ถ่ายรูปแล้วไม่มั่นใจ เมื่อฉีดแล้วจะทำให้ใบหน้าสวยได้รูป เป็นต้น

สามารถฉีดโบท็อกซ์บริเวณไหนได้บ้าง ?

สามารถแยกได้เป็น 5 เรื่องหลักตามปัญหาที่กังวล ได้แก่ ลดริ้วรอย ลดขนาดกล้ามเนื้อที่โตเกินไป ยกกระชับ ลดเหงื่อกลิ่นตัว และลดหน้ามันรูขุมขนกว้าง

1. ลดริ้วรอย

รอยย่นหน้าผาก

รอยย่นบริเวณนี้มักเกิดจากการที่เรายักคิ้วขึ้น ทำให้ใบหน้าดูมีอายุ ดูเครียดได้ เมื่อฉีดแล้วใบหน้าจะดูเด็กลงได้

รอยขมวดคิ้ว

ฉีดเพื่อลดรอยย่นของคนที่ชอบขมวดคิ้ว  มักพบในคนที่เครียดชอบขมวดคิ้วทำให้เกิดริ้วรอยที่บริเวณนี้ได้

ยกคิ้ว ยกหางตา

เหมาะกับคนที่ คิ้วตก หางตาตก ทำให้ดวงตาและใบหน้า ไม่สดใส ดูง่วงนอน ดูเศร้าหมองตลอดเวลา ช่วยให้หางคิ้ว หางตาดูเฉียวทันสมัย ปรับภาพลักษณ์หรือโหงวเฮ้งมีความมั่นใจเพิ่มมากขึ้น

รอยตีนกา หรือ ริ้วรอยรอบดวงตา

มักฉีดบริเวณหางตา เนื่องจากตีนกาทำให้เราดูมีอายุและมักเห็นได้ชัดเวลายิ้ม แต่หากแก้ไขริ้วรอยเหล่านี้ไป ใบหน้าคุณจะดูอ่อนเยาว์ลงอย่างเป็นธรรมชาติ

ริ้วรอยที่คอ

เมื่อเริ่มมีอายุมากขึ้น จะเกิดรอยเหี่ยวย่นที่คอทำให้คอดูเหี่ยวแก่ได้  หลังฉีดจะทำให้ริ้วรอยลดลง

2. ลดขนาดกล้ามเนื้อที่โตเกินไป ปรับรูปหน้า ลดขนาดน่อง

  • ลดขนาดปีกจมูก

คนที่ปีกจมูกกว้าง ทำให้ดูจมูกบาน สามารถฉีดเพื่อให้ปีกจมูกลดลงได้  ที่ปีกจมูกเราบานเป็นเพราะกล้ามเนื้อบริเวณนั้นมีการหดขยาย ซึ่งทำให้ปีกจมูกยกขึ้นและจมูกดูใหญ่ พอเราฉีดปีกจมูกกล้ามเนื้อนั้นทำงานน้อยลงจึงดูจมูกเล็กลง

  • หน้าเรียวลดขนาดกล้ามเนื้อกราม

หน้า V-Shape ใบหน้าดูเรียวเล็ก คนที่มีกรามใหญ่ เราสามารถฉีดไปตรงกรามเพื่อลดกล้ามเนื้อตรงส่วนนั้นให้เล็กลง รูปหน้าก็จะเรียวขึ้น

  • น่อง 

ฉีดให้กับคนที่น่องโต ซึ่งการโตจะมี 2 ประเภท คือ โตเพราะอ้วน กับโตเพราะกล้ามเนื้อ การฉีด Toxin จะทำในกรณีที่โตเพราะกล้ามเนื้อ ซึ่งจะเห็นกล้ามเนื้อขึ้นมาเป็นมัดๆ ในการฉีดลดน่องอาจต้องมาฉีดหลายครั้งหน่อย อาจจะ 3 เดือนมาฉีดสักครั้งหนึ่ง เพราะเราต้องเดินทุกวัน กล้ามเนื้อส่วนนี้

3. ยกกระชับหน้า

  • ยกแก้ม

ยกกระชับบริเวณแก้ม สำหรับคนแก้มหย่อยคล้อย และเนื้อบริเวณแก้มตกลงมา เราจะมีการยกแก้มขึ้นโดยจะเก็บตั้งแต่แก้มล่าง แก้มบนให้ตกขึ้นไม่ดูหย่อนคล้อย

  • ยกกระชับทั่วทั้งใบหน้า

เป็นการฉีดเก็บใบหน้าลดความเหี่ยวย่น ทั่วทั้งใบหน้าตั้งแต่หน้าผาก หางตา หว่างคิ้ว ยกแก้ม รวมไปถึงลำคอ โดยใช้ศาสตร์และศิลป์ มากพอสมควร จะปรับแต่งให้ใบหน้าดูดีขึ้น ดูอ่อนเยาว์ขึ้น โดยไม่ทำให้ใบหน้าดูแข็งมากไป ให้ดูสวยแบบธรรมชาติมากที่สุด

4. ลดเหงื่อ(รักแร้ , ฝ่ามือ , ฝ่าเท้า) และ ลดกลิ่นตัว

ใช้สำหรับคนที่มีปัญหามีเหงื่อออกเยอะ และเกิดจากความผิดปกติของต่อมเหงื่อ เป็นการฉีดเพื่อลดการทำงานของต่อมเหงื่อ เพื่อไม่ให้ผลิตเหงื่อออกไปมาก และยังสามารถลดปัญหากลิ่นตัวได้เนื่องจากกลิ่นตัวเช่น กลิ่นที่รักแร้ (กลิ่นเต่า) เกิดจากการที่แบคทีเรียไปทำปฏิกิริยากับเหงื่อทำให้เกิดกลิ่น เมื่อเหงื่ออกน้อยลงปัญหากลิ่นตัวก็จะลดลงตามไปด้วย

5. ลดหน้ามัน รูขุมขนกว้าง

ใช้ลดการทำงานของต่อมไขมันบนใบหน้า ซึ่งเป็นอีกสาเหตุของรุขุมขนกว้าง ซึ่งการฉีดแบบนี้เรียกว่า Micro Edition เป็นการฉีดบนผิวชั้นตื้น ซึ่งต้องอาศัยความชำนาญของแพทย์โดยเฉพาะ

โบท็อกซ์มีกี่ชนิด แตกต่างกันอย่างไร ?

สารสกัดดังกล่าวเป็นโปรตีน ซึ่งในปัจจุบันมีหลายยี่ห้อ แต่ละยี่ห้อมีขนาดโมเลกุล ความบริสุทธิ์ และปริมาณสารสำคัญแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับกระบวนการผลิต ทำให้คุณสมบัติและราคาแตกต่างกันไป ได้แก่

โบท็อกซ์ โดยบริษัท Allergan ผลิตในประเทศสหรัฐอเมริกา ถือเป็นโบท็อกซ์ตัวดั้งเดิม ผลิตมายาวนาน มีงานวิจัยรองรับจำนวนมาก และผ่านการพัฒนาเพื่อให้ผู้ใช้มีโอกาสดื้อยาน้อยมาก
ข้อดี กระจายตัวแคบ ทำให้ควบคุมการฉีดได้แม่นยำ ตรงจุด แต่ในทางกลับกัน หากฉีดกับแพทย์ที่ไม่เชี่ยวชาญ จะเห็นข้อผิดพลาดได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นปัญหาคิ้วกระดก ยิ้มแข็ง หรือแก้มตอบ
ข้อเสีย ราคาค่อนข้างสูง

ดิสพอร์ต ผลิตในประเทศอังกฤษ มีจุดเด่นคือกระจายตัวได้ดี
ข้อดี เหมาะสำหรับใช้กับบริเวณกว้าง เช่น ฉีดลดเหงื่อ ลดต้นแขน ลดน่องปูด ฉีดยกกระชับหน้า
ข้อเสีย ราคาค่อนข้างสูง

ซีโอมิน ผลิตในประเทศเยอรมนี มีจุดเด่นคือมีการนำโปรตีนขนาดใหญ่ตัวอื่นๆ ที่ไม่จำเป็นออก ทำให้เหลือเฉพาะโบทูลินัมท็อกซินเอบริสุทธิ์ โมเลกุลเล็ก ฉีดแล้วไม่กระจุกตัวแคบเกินไป และมีงานวิจัยแสดงว่าได้ผลดีในเคสที่ดื้อยา แต่จะต้องหยุดการฉีดโบท็อกซ์มาแล้วอย่างน้อย 2-3 ปี
ข้อดี เหมาะสำหรับลดการเกิดการดื้อยา
ข้อเสีย ราคาค่อนข้างสูงพอๆ กับยี่ห้อโบท็อกซ์

เอสท็อกซ์ ผลิตในประเทศเกาหลี
ข้อดี คุณสมบัติค่อนข้างใกล้เคียงกับยี่ห้อโบท็อกซ์ คือมีการกระจายตัวค่อนข้างแม่นยำใกล้เคียงกัน แต่ราคาถูกกว่าประมาณครึ่งหนึ่ง

โบทูแล็กซ์ ผลิตในประเทศเกาหลี
ข้อดี ออกฤทธิ์ค่อนข้างไว ราคาประหยัด (เหมาะสำหรับคนที่ต้องการออกงานด่วนๆ)
ข้อเสีย สลายตัวเร็ว ไม่ค่อยคงทนนัก

นาโบตะ ผลิตในประเทศเกาหลี
ข้อดี มีความบริสุทธิ์สูง ออกฤทธิ์เร็ว เน้นใช้ลดเลือนริ้วรอยที่หน้าผาก หางตา ปรับรูปหน้า ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณกรามดูเล็กลง
ข้อเสีย สลายตัวเร็ว ไม่ค่อยคงทนนัก

วิธีตรวจโบท็อกซ์ปลอม ?

ตัวยาที่ได้มาตรฐาน อย. สามารถตรวจสอบได้ แพทย์ควรเปิดยาขวดใหม่ ผสมต่อหน้า และเมื่อฉีดแล้วให้คุณเก็บบรรจุภัณฑ์กลับหรือถ่ายรูปเก็บไว้ เพื่อจะได้มีตัวเลขล็อตบนบรรจุภัณฑ์ไว้ตรวจสอบได้

โบท็อกซ์ปลอม ?

สารโปรตีนที่เรียกกันโดยทั่วไปว่าโบท็อกซ์นั้น เมื่อได้รับความนิยมก็มีการทำปลอมขึ้น ซึ่งฉีดแล้วนอกจากจะไม่ได้ผล ยังอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพด้วย ดังนั้นบางครั้งหากพบว่าราคาโบท็อกซ์นั้นต่ำผิดปกติต้องคำนึงถึงเรื่องนี้ด้วย

ก่อนฉีดโบ ควรเตรียมตัวอย่างไรบ้าง ?

- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด เหล้า เบียร์ ไวน์ น้ำหมัก
- งดอาหารหมักดอง เพราะมีสารที่ทำให้เส้นเลือดขยายตัว เช่น ปลาร้า หน่อไม้ดอง มะม่วงดอง
- งดสูบบุหรี่ ในบุหรี่มีสารหลายชนิดที่ขยายหลอดเลือด ไม่ควรประคบร้อน

เห็นผลเมื่อไหร่หลังฉีดโบ?

เมื่อแพทย์ทำการฉีดโบท็อกซ์เข้าไปในส่วนที่ต้องการรักษา โบท็อกซ์จะเข้าไปจับที่ปลายประสาท ทำให้เซลล์ประสาทไม่สามารถหลั่งสารสื่อประสาทมาที่กล้ามเนื้อได้ หรือกล่าวได้ว่าเป็นการทำให้กล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดเป็นอัมพาตชั่วคราว จึงทำให้กล้ามเนื้อส่วนนั้นคลายตัว หลังจากฉีดโบท็อกซ์แล้วตามปกติจะเห็นผลลัพธ์ได้ภายใน 2-3 วัน และเห็นผลสูงสุดใน 1-2 สัปดาห์

Previous
Next

ขั้นตอนการฉีดโบ ?

  1. แพทย์ตรวจสอบสภาพผิวที่จะทำการฉีดโบท็อกซ์
  2. แพทย์ทายาชาเหรือใช้น้ำแข็งประคบบริเวณที่จะฉีด เพื่อให้ไม่รู้สึกเจ็บ
  3. ฉีดโบท็อกซ์ โดยจะใช้เข็มขนาดเล็ก ฉีดสารโปรตีนปริมาณพอเหมาะลงไปที่กล้ามเนื้อ (ซึ่งปริมาณของโบท็อกจะมีหน่วยเรียกว่า “ยูนิต” หรือเรียกกันสั้นๆ ว่า “ยู” เวลาในการฉีดประมาณ 10-15 นาที ขึ้นอยู่กับบริเวณและปริมาณที่ฉีด

ฉีดโบอยู่ได้นานเท่าไหร่ ?

อยู่ได้นาน 4-12 เดือน ขึ้นอยู่กับแต่ละยี่ห้อ หลังจากนั้นกล้ามเนื้อจะค่อยๆ หดตัวจนกลับมาเป็นเหมือนเดิม ไม่ตกค้างในร่างกาย ไมเป็นก้อนใดๆ
วิธีปฏิบัติหลังฉีดโบ

ดูแลตัวเองหลังฉีดโบอย่างไร ?

หลังจากฉีดโบท็อกซ์แล้ว คุณควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ซึ่งมักได้แก่
  • ไม่นอนราบในช่วง 4 ชั่วโมงแรกหลังจากฉีดโบท็อกซ์ เพราะโบท็อกซ์อาจไหลไปในบริเวณที่ไม่ต้องการ 
  • ให้นอนหงายหนุนหมอนสูง ในคืนแรกของการรักษา
  • ไม่นวด กด บีบ คลึง บริเวณที่เพิ่งทำการฉีดโบท็อกซ์มา เป็นเวลา 6-8 ชั่วโมง เนื่องจากการทำให้ยากระจายไปออกฤทธิ์ยังบริเวณอื่นได้ 
  • หากมีอาการบวมแดงหรือช้ำในช่วง 1-2 วันแรกหลังการฉีดโบท็อกซ์ (ซึ่งเป็นอาการปกติที่เกิดขึ้นได้เนื่องจากเข็มฉีดยา) ให้ใช้น้ำแข็งประคบได้
  • ภายใน 2 สัปดาห์แรก ไม่ควรให้บริเวณที่ฉีดโบท็อกซ์มาสัมผัสความร้อน เช่น กินชาบู หมูกระทะ เป็นต้น
  • ควรพบแพทย์ตามนัดเพื่อประเมินผลการรักษา และหากพบความผิดปกติก่อนวันนัด เช่น หนังตาตก ปวดศีรษะ ปวดคอ เห็นภาพซ้อน ตาแห้ง มีอาการแพ้หรือหายใจไม่สะดวก ควรติดต่อแพทย์ทันที

ข้อควรระวังและผลข้างเคียงที่อาจเกิดได้หลังฉีดโบ ?

 ผลข้างเคียงดังกล่าวอาจไม่ร้ายแรง เพียงเกิดในช่วงเวลาสั้นๆ แล้วหายได้เอง หรือเกิดผลเสียเป็นระยะเวลานาน ต้องรอให้สารโบทูลินัมท็อกซินเอสลายไปจึงจะหาย ดังนี้ 
  1. อาจมีอาการปวดศีรษะหรือปวดในบริเวณที่ฉีด
  2. เคี้ยวอาหารได้ยากขึ้น โดยเฉพาะอาหารที่แข็งและเหนียว เพราะกล้ามเนื้อในบริเวณที่ฉีดโบท็อกซ์มามีความหนืดมากขึ้น
  3. ข้อต่อของขากรรไกรไม่แข็งแรงเท่าเดิม
  4. ใบหน้าทั้งสองข้างไม่สมมาตร หรือปากเบี้ยวเวลายิ้ม
  5. สำหรับผู้ที่แต่เดิมมีเนื้อแก้มเยอะ เมื่อฉีดโบท็อกซ์จนหน้าเรียวขึ้นแล้ว อาจทำให้เนื้อแก้มห้อยคล้อยลงมา
ดังนั้นก่อนที่จะใช้บริการฉีดโบท็อกซ์ ไม่ว่าจะเพื่อความงามหรือเพื่อแก้ปัญหาสุขภาพ ควรเลือกแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญและมีใบรับรองที่ถูกต้อง เลือกคลินิกที่ใช้ผลิตภัณฑ์สั่งตรงจากบริษัทนำเข้า ที่ได้รับการรับรองจาก อย. สามารถตรวจสอบได้

การดื้อโบ คืออะไร ?

หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า “ดื้อโบท็อกซ์” ซึ่งหมายถึงฉีดโบท็อกซ์แล้วไม่ค่อยได้ผล จะอธิบายเรื่องการดื้อโบท็อกซ์ให้เข้าใจต้องขอย้อนกลับไปกล่าวถึงตัวสารที่เรามักเรียกรวมๆ ว่า “โบท็อกซ์”
ที่จริงแล้วโบท็อกซ์เป็นโปรตีนซึ่งประกอบไปด้วยโบทูลินัมท็อกซินเอ (ตัวที่ออกฤทธิ์ต่อกล้ามเนื้อ) รวมกับโปรตีนอื่นๆ โดยโปรตีนเหล่านี้เองที่เมื่อฉีดเข้าสู่ร่างกายแล้วร่างกายจะสร้างภูมิต้านทานขึ้นมา ทำให้การลดเลือนริ้วรอย กระชับใบหน้า ฯลฯ ไม่ค่อยเห็นผล และเมื่อเกิดการดื้อโบท็อกซ์ตัวหนึ่งแล้วจะทำให้ดื้อต่อโบท็อกซ์ตัวอื่นๆ ด้วย
เมื่อมีอาการดื้อโบท็อกซ์ บางคนเลือกใช้วิธีฉีดสารโปรตีนเพิ่มขึ้น แต่ความจริงทางแก้ที่ถูกต้องและปลอดภัยเมื่อเกิดอาการดื้อโบท็อกซ์คือให้เว้นการฉีดไปก่อน เว้นระยะรอให้ร่างกายสลายสารสกัดโปรตีนให้หมดไปซึ่งจะใช้เวลา 2-3 ปีแล้วค่อยฉีดใหม่

ผู้ที่ไม่ควรฉีดโบ ?

  1. ผู้มีความผิดปกติทางกล้ามเนื้อและระบบประสาท เช่น โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (Myasthenia gravis) โรค ALS (Amyotrophic lateral sclerosis) ไม่ควรฉีดโบ เพราะอาจทำให้อาการแย่ลง
  2. หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร แม้จะยังไม่มีรายงานเรื่องอันตราย แต่ก็ไม่มีข้อมูลเพียงพอรับรองว่าปลอดภัยเช่นกัน จึงควรหลีกเลี่ยงไปก่อน

แนะนำโปรแกรมรักษาที่เกี่ยวข้อง