Radiesse Chonburi Pattaya Siracha

ที่แรกชลบุรี ฉีดสร้างเส้นใยตาข่ายผิว ครบ 5 ประการ ด้วย Regenerative Biostimulator

Radiesse เรเดียส ชลบุรี หมอช้อป

นวัตกรรมความงามที่คนไทยรอคอย สารฉีดสร้างเส้นใยตาข่ายผิว กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ให้ผิวเฟิร์ม เด้งฟู ดูอ่อนเยาว์ ยาวนานมากกว่า 2 ปี

สารบัญเนื้อหา

Regenerative Biostimulator คืออะไร และ สำคัญอย่างไร ?

เมื่อเราอายุมากขึ้น สัญญาณแห่งวัยจะปรากฏให้เห็นชัดเจนยิ่งขึ้น โครงสร้างผิวหนังโดยเฉพาะชั้นหนังแท้เริ่มสูญเสียองค์ประกอบสำคัญที่มีส่วนต่อความสมบูรณ์ของชั้นผิวหนัง อันได้แก่ คอลลาเจน type 1 & 3, อีลาสติน , สารน้ำหล่อเลี้ยงผิว รวมทั้งสารอาหารที่หล่อเลี้ยงผิว ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความแข็งแรง ความกระชับ และความยืดหยุ่นของผิวหนัง 

เมื่อโครงสร้างค้ำยันผิวไม่แข็งแรง ผิวจึงเกิดริ้วรอยและหย่อนคล้อย ทำให้ดูมีอายุ ดังนั้นถ้าอยากให้ผิวมีสุขภาพดีขึ้น ใบหน้าดูอ่อนเยาว์มากขึ้น จำเป็นต้องมีการฟื้นฟูองค์ประกอบสำคัญของชั้นผิวหนังที่ลดลงไปตามธรรมชาติให้มีมากขึ้นนั้นเอง

ในแวดวงการแพทย์ความงามได้มีการคิดค้นและวิจัยเพื่อการชะลอความเสื่อมของผิวมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน จนได้ค้นพบกับ Regenerative Biostimulator หรือ สารฉีดกระตุ้นการสร้างเส้นใยผิวใหม่แบบครบถ้วน 5 ประการ เพียงตัวเดียวเท่านั้น ที่มีสารสำคัญในการออกฤทธิ์คือ CaHA microsphere (คา-ฮ่า ไมโครสเฟียร์) ที่มีรูปร่างและขนาดที่เป็นเอกลักษณ์ นั่นคือ มีลักษณะเป็นทรงกลม ขนาดอนุภาคสม่ำเสมอกันอยู่ในช่วง 25-45 ไมครอน ส่งผลให้ฟื้นฟูการทำงานของ Fibroblast ทำให้มีการกระตุ้นสร้างสารสำคัญทั้ง 5 ตัวทีมีส่วนช่วยให้ผิวสุขภาพดี ดูอ่อนเยาว์ ได้ยาวนาน

เรเดียส เดอะ พรีม่า คลินิก
CaHA Microsphere คาฮ่า ไมโครสเฟียร์

Regenerative Biostimulator มีหลักการทำงานอย่างไร ?

Regenerative Biostimulator เป็นสารฉีดบริเวณผิวหนังที่ไม่ใช่กรดไฮยาลูโรนิก ปริมาตร 1.5 ซีซี มีส่วนประกอบหลักของ CaHA (Calcium Hydroxylapatite -แคลเซียมไฮดรอกซีอะพาไทต์) ที่สังเคราะห์ขึ้นกระจายตัวอยู่ในเจล มีส่วนประกอบของน้ำ (น้ำกลั่นสำหรับยาฉีด USP), กลีเซอริน (USP), Sodium Carboxymethylcellulose (โซเดียมคาร์บอกซีเมทิลเซลลูโลส) (USP) โดยเจลจะถูกปลดปล่อยในชั้นผิวและจะถูกเนื้อเยื่ออ่อนเจริญแทนที่ ในขณะที่ CaHA จะยังคงอยู่ในบริเวณที่ฉีด ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้คือการฟื้นฟูสภาพผิวและการเติมเต็มเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องของผิวหนังแบบระยะยาวที่กึ่งถาวร

เรเดียส ดียังไง

กลไกการทำงานของ Regenerative Biostimulator  คือฟื้นฟูการทำงานของ Fibroblast (เซลล์ต้นกำเนิดผิว) ส่งผลให้กระตุ้นการสร้าง “เส้นใยตาข่ายผิว” ครบทั้ง 5 ประการ ที่มีส่วนสำคัญต่อผิวสุขภาพดี ได้แก่

  1. +150% Collagen Type I 1,2 ผิวเฟิร์มกระชับ
  2. +130% Collage Type III 1,2 ผิวเต่งตึง แข็งแรง
  3. +260+ Elastin 1,2,3 ติดสปริงผิว ยืดหยุ่น นุ่มเด้ง
  4. Proteoglycan 2,4,5 สารน้ำหล่อเลี้ยงผิว ช่วยให้ผิวอิ่มน้ำ ฟู ฉ่ำ
  5. Angiogenesis 1,3 สารอาหารหล่อเลี้ยงผิว ช่วยให้ผิวสุขภาพดี อมชมพู

Regenerative Biostimulator ช่วยเรื่องอะไร ?

ผลลัพธ์ หลังฉีด เรเดียส

3 ผลลัพธ์ที่เห็นได้ทันที และยาวนานกว่าที่เคย โดย CaHA microsphere จะช่วยให้

  1. ผิวสุขภาพดีขึ้น ผิวเฟิร์ม อิ่มฟู เด้ง กระชับ6
  2. ริ้วรอยร่องตื้นลดลง ใบหน้ายกกระชับ ทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์7
  3. คงผลลัพธ์ยาวนานถึง 2 ปี8,9

Regenerative Biostimulator เหมาะกับใคร ?

Radiesse เรเดียส เหมาะกับใคร
  1. ท่านที่มีอายุมากกว่า 30 ปีขึ้นไป
  2. ผิวเริ่มสูญเสียคอลลาเจน อีลาสติน สุขภาพผิวไม่ดี ขาดการบำรุง
  3. ใบหน้าหย่อนคล้อย กรอบหน้าไม่ชัด
  4. ผิวหนังขาดความชุ่มชื้น หมองคล้ำ
  5. มีร่องลึกต่างๆ บนใบหน้า เช่น ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก รอยย่นรอบปาก ขมับตอบ
  6. ต้องการแก้ปัญหาเรื่องความเหี่ยวย่นบริเวณข้างแก้ม รอบปาก หลังมือ ลำคอ เนินอกสำหรับผู้หญิง
  7. ต้องการผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องทำบ่อย ผลลัพธ์นานถึง 2 ปี

Regenerative Biostimulator ฉีดจุดไหนได้บ้าง ?

  1. ร่องแก้ม
  2. ร่องน้ำหมาก
  3. หน้าแก้ม
  4. กรอบหน้า : ช่วยทำให้กรอบหน้าคมชัดยิ่งขึ้น ช่วยให้หน้ายกกระชับขึ้น
  5. ขมับ : ช่วยแก้ปัญหาขมับตอบ ที่ทำให้ดูมีอายุ เสียโหงวเฮ้ง
  6. หลังมือ : มือเป็นอีกตำแหน่งที่ทำให้ดูมีอายุ จากการสูญเสียไขมัน ทำให้เห็นเส้นเอ็นและเส้นเลือดชัดเจน การฉีด Regenerative Biostimulator ก็จะให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติครับ
  7. เนินอก: เพื่อแก้ปัญหาผิวย่นบริเวณเนินอก ทำให้คุณผู้หญิงสามารถใส่เสื้อโชว์เนินอกได้อย่างมั่นใจ

บริเวณที่ไม่แนะนำให้ฉีด Regenerative Biostimulator

  1. ร่องระหว่างคิ้ว ควรใช้สารโบทูลินั่มท๊อกซิน ฉีดเพื่อแก้ปัญหาทดแทน
  2. จมูก
  3. ปาก ควรใช้สารเติมเต็มแก้ปัญหาแทน
  4. รอบดวงตา ควรใช้สารเต็มเติมแก้ปัญหาแทน

Regenerative Biostimulator ไม่เหมาะกับใคร ?

  1. มีประวัติการใช้ยากลุ่ม NSAID ยากดภูมิคุ้มกัน หรือ corticosteriods มานาน
  2. มีปัญหาสุขภาพจิต
  3. มีโรคทางระบบประสาทสัมผัสในการรับรู้ที่ไม่ดีนัก
  4. ผู้ที่ตั้งครรภ์ หรือ ให้นมบุตรอยู่
  5. คนไข้โรคเบาหวาน โรคแพ้ภูมิตัวเอง โรคเริม หรือ โรคลมชัก
  6. มีประวิติแพ้ยาชา Lidocaine
  7. มีประวิติเคยแพ้สารบางชนิดอย่างรุนแรง (Anaphylaxis) มาก่อน เช่น เคยมีผื่นลมพิษ แน่นหร้าอก ความดันโลหิตต่ำ เป็นต้น
  8. มีการอักเสบที่ผิวหนัง เช่น ผิวหนังที่มีผื่นขึ้น ถุงซีสต์ สิว ผื่น หรือลมพิษ การติดเชื้อ หรือเนื้องอกในบริเวณใกล้เคียงจนกว่าจะสามารถควบคุมอาการได้
  9. ผู้ที่เคยเกิดหรือไวต่อการเกิดคีลอยด์หรือแผลเป็นนูน
  10. ผู้ที่มีภาวะเลือดออกผิดปกติหรือผู้ที่มีการใช้สารที่ส่งผลต่อการทำงานของเกล็ดเลือด ยาละลายลิ่มเลือด หรือยาต้านการแข็งตัวของเลือด อาจเกิดอาการฟกช้ำ ห้อเลือด หรือมีเลือดออกเฉพาะที่ได้
  11. ผู้ที่ใจร้อน ต้องการเห็นผลการรักษาทันที เนื่องจาก Regenerative Biostimulator ต้องใช้เวลาให้ร่างกายค่อย ๆ กระตุ้นคอลลาเจน

Regenerative Biostimulator อันตรายหรือไม่ ?

สาร CaHA ซึ่งเป็นสารประกอบหลักใน Regenerative Biostimulator มีการใช้ทางการแพทย์มานานกว่า 25 ปี และเป็นสารที่พบได้ในร่างกายโดยธรรมชาติอยู่แล้ว ไม่ใช่สิ่งแปลกปลอม ดังนั้น synthetic CaHA จึงมีความปลอดภัยสูง เข้ากันได้กับร่างกาย และสามารถสลายไปตามธรรมชาติด้วยระบบ normal homeostatic mechanisms ของร่างกายตามปกติ ได้เป็น calcium และ Phosphate ion

นอกจากนี้ยังได้รับการรับรองมาตรฐานและความปลอดภัยจากหลายประเทศทั่วโลก รวมทั้งในประเทศไทย

  • 2004 ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาของกลุ่มประเทศยุโรป
  • 2006 ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาของประเทศสหรัฐอเมริกา
  • 2023 ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาของประเทศไทย
  • มีงานวิจัยรองรับมากกว่า 245 ฉบับ

Regenerative Biostimulator แตกต่างจากสารฉีดกระตุ้นคอลลาเจนอื่นอย่างไร ?

  1. สะดวก – อยู่ในรูปแบบเจลพร้อมฉีด (Pre-Filled Syringe)
  2. นิยม – มียอดขายมากกว่า 85 ประเทศทั่วโลก รวมแล้วมากกว่า 15 ล้านไซริงค์ (ข้อมูล ณ เดือนกรกฎาคม 2023)
  3. ปลอดภัย – แพทย์ทั่วโลกใช้มานานกว่า 20 ปี มีงานวิจัยมากกว่า 245 publications
  4. วางใจ – ผ่าน อย 3 หน่วยงานหลัก อย่าง EU , US & THFDA
  5. ถูกใจผู้ใช้จริง – สูงถึง 90% จากผลการสำรวจหลังจากใช้ 1 ปี

ฉีด Regenerative Biostimulator ที่ไหนดี ?

เรเดียสของแท้ วิธีตรวจสอบ

เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นผลิตภัณฑ์ของแท้ และ ฉีดด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่จะสามารถดึงประสิทธิภาพของ Regenerative Biostimulator  ออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ ผู้บริโภคควรต้องรู้ 5 สิ่งนี้ก่อนเข้ารับบริการ

    1. มีรายชื่อคลินิกบนเว็บไซต์บริษัท เมิร์ซ เอสเธติกส์ (ประเทศไทย) ผู้ถือลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวในไทย
    2. มีสติ๊กเกอร์ Certified Injector ด้านหน้าหรือในคลินิก
    3. มีใบ Certified Injector ของแพทย์ที่ผ่านการอบรม
    4. สแกนสติ๊กเกอร์ Merz Check บนกล่องผลิตภัณฑ์ โดยผลิตภัณฑ์แท้จะแสดงตามรูป
    5. หลังรับบริการ จะได้รับ Skin Rejuvenation Club Card จากคลินิก เพื่อยืนยันว่าเป็นผลิตภัณฑ์แท้
วิธีตรวจสอบเรเดียสของแท้

วิธีเตรียมตัวก่อนฉีด Regenerative Biostimulator

  1. งดฉีดหรือทำหัตถการอื่นบนใบหน้า (หรือบริเวณที่ต้องการฉีด) ก่อนมาฉีด ประมาณ 2-4 สัปดาห์
  2. ควรดูแลสุขภาพให้พร้อมสมบูรณ์ด้วยการนอนพักผ่อนให้เพียงพอ
  3. งดสูบบุหรี่
  4. งดดื่มแอลกอฮอล์ 1-3 วัน ก่อนฉีด
  5. งดทานยาละลายลิ่มเลือด เช่น แอสไพริน วาร์ฟาริน หรือ วิตามินที่อาจทำให้เลือดออกได้ง่าย เช่น วิตามินอี น้ำมันปลา น้ำมันอิฟนิ่งพริมโรส สารสกัดจากใบแปะก๊วย อย่างน้อย 1 สัปดาห์ ก่อนทำการรักษาเพราะอาจทำให้เกิดการช้ำได้
  6. รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เนื่องจากจะช่วยเอื้อต่อการสร้างคอลลาเจนให้กับเซลล์ใหม่เป็นไปได้ด้วยดี

ฉีด Regenerative Biostimulator ใช้เวลานานเท่าใด ?

ใช้เวลาการรักษานานประมาณ 1-2 ชั่วโมงครับ

ความรู้สึกขณะฉีด Regenerative Biostimulator เป็นอย่างไร เจ็บหรือไม่ ?

ขณะทำการรักษาความรู้สึกจะแสบ หน่วงเล็กน้อยขณะฉีดตัวยา แต่สามารถทนได้ครับ ซึ่งเราจะมีการใช้ยาชาเพื่อเพิ่มความสบาย ลดความรู้สึกเจ็บได้ดีครับ

หลังฉีด Regenerative Biostimulator จะเป็นอย่างไร ?

หลังทำทันทีจะมีอาการแดง บวม ช้ำ เล็กน้อย ประมาณ 3-5 วันแรก อาการเหล่านี้จะหายกลับมาปกติได้เองครับ

ควรใช้ Regenerative Biostimulator ปริมาณยาขนาดเท่าไหร่ (ฉีดกี่กล่อง) ห่างนานขนาดไหน ?

ปริมาณและระยะห่างที่แนะนำคือ

  • เพื่อผลลัพธ์ที่ดี โดยเฉลี่ยใช้ 2 กล่อง/ครั้ง
  • แต่ละครั้งควรห่างกัน 4-6 สัปดาห์
  • ฉีดต่อเนื่อง 1-3 ครั้ง (ขึ้นกับปัญหาผิว ความหย่อนคล้อย และ ความเสียหายของคอลลาเจน)

ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับปัญหา สภาพผิว และความต้องการของคนไข้ ก่อนทำหมอจะมีการประเมินก่อนทุกเคส ว่าควรใช้ปริมาณายาที่จะใช้กี่กล่องต่อครั้ง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด และจำเป็นต้องกลับมาติดตามผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินการตอบสนองการกระตุ้นคอลลาเจนของร่างกายครับ

วิธีปฏิบัติตัวหลังฉีด Regenerative Biostimulator

24 ชั่วโมงหลังฉีด

  1. หลีกเลี่ยงการจับ ลูบคลำในบริเวณที่ผิวหนังเปิด จนกว่าผิวหนังจะปิดสนิทดี หากรู้สึกว่ามีก้อนใต้ผิวหนังที่ฉีด สามารถนวดบริเวณที่เป็นก้อนเพื่อช่วยลดอาการได้
  2. หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอาและครีมบำรุงภายใน 12 ชั่วโมงแรก

1 สัปดาห์หลังฉีด

  1. หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก ๆ หรือกิจกรรมที่จะทำให้เหงื่อออกเป็นเวลาอย่างน้อย 1 สัปดาห์
  2. หลีกเลี่ยงนอนคล่ำหน้า อย่างน้อย 1 สัปดาห์
  3. สามารถประคบเย็นเพื่อลดอาการบวมและช้ำได้ตามที่ต้องการ

2 สัปดาห์หลังฉีด

               หลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยความร้อน เช่น ซาวน่า และการสัมผัสกับแสงแดดเป็นเวลานาน

1 เดือนหลังฉีด

               พบแพทย์เพื่อประเมินผลการรักษา และ อาจมีการฉีดเพิ่มในกรณีที่จำเป็น

**หลังฉีด คนไข้อาจเพิ่มการรับประทานอาหารเสริมที่ช่วยเรื่องของการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เช่น โปรตีน วิตามินซี คอลลาเจนเปปไทด์ เพื่อช่วยเสริมการทำงานของ Regenerative Biostimulator

ฉีด Regenerative Biostimulator แล้วอยู่ได้นานแค่ไหน ระยะเวลาในการเห็นผล และเห็นผลทันทีเลยหรือไม่ ?

ช่วงแรก : เห็นผลลัพธ์หลังทำทันทีจากตัวปริมาตรจากสารอุ้มน้ำครับ

ผลที่เราต้องการกระตุ้นคอลลาเจนจะเริ่มที่ประมาณหลังฉีด 1 เดือนเป็นต้นไป : เริ่มเห็นผลหลังทำการรักษาประมาณ  3-4 สัปดาห์หลังฉีด และจะค่อยๆเห็นผลลัพธ์อย่างต่อเนื่องไปยาวนานถึง ประมาณ 2 ปี –> ควรฉีดตามปริมาณที่แนะนำ

ประมาณ 3-6 เดือนหลังฉีด : ผลลัพธ์ในการกระตุ้นคอลลาเจนจะชัดเจนที่สุด (Optimal effect) ครับ

-เพื่อผลการรักษาที่ดีอย่างต่อเนื่อง แนะนำให้ทำอย่างน้อย ปีละ 2-3 ครั้ง

กลไกการทำงาน เรเดียส
ผลงานวิจัย เรเดียส

ทำไมการฉีด Regenerative Biostimulator จึงเห็นผลค่อนข้างช้า ?

ถ้าหากเปรียบเทียบกับการทำศัลยกรรมซึ่งเป็นแบบ Invasive คือ ขั้นตอนทางการแพทย์ที่ต้องผ่า ใส่เครื่องมือเข้าสู่ร่างกาย แน่นอนการทำศัลยกรรมจะเห็นผลที่ค่อนข้างชัดเจน แต่หลังจากการศัลยกรรมผลที่ตามมาคือต้องใช้ระยะเวลาในการพักฟื้น การดูแลรักษาแผลที่ผ่าตัด ถ้าดูแลไม่ดีทำให้มีการติดเชื้อ และ มีแผลเป็นได้ครับ

แต่ในส่วนของการทำ Regenerative Biostimulator ซึ่งเป็นอนุภาคของสาร CaHa เมื่อฉีดเข้าไปในร่างกายแล้ว จะกระตุ้นให้มีการผลิตคอลลาเจนธรรมชาติของตัวเองเพิ่มมากขึ้น ผลการรักษาจะเป็นไปตามระบบกลไกของร่างกายซึ่งใช้เวลาตามลำดับหลายเดือนครับ

ใหม่! นวัตกรรมรีเซ็ตกรอบหน้า โปรแกรมรีเซ็ตพลัส Reset Plus

ต่อยอดจากโปรแกรม Regenerative Biostimulator ด้วยโปรแกรมรีเซ็ตพลัส ในการฉีดปรับกรอบหน้าชัด หน้าดูคอม โครงหน้ามีมิติ โดยไม่ต้องผ่าตัด และ ไม่ต้องพักฟื้น

Radiesse Plus เรเดียส พลัส

เทคนิคการสร้างจุด Z line Lift & Contour บริเวณ Cheek bone & Jawline เป็นจุดที่สร้างมิติของหน้า เพื่อทำให้กรอบหน้าชัด มีมิติ หน้ายกกระชับ ดูเป็น V shape มากขึ้น ทำให้องค์รวมของใบหน้าดูมีเอกลักษณ์และช่วยเสริมสร้างความมีเสน่ห์ได้ โดย Face Lift & Contour นั้นเหมาะกับทุกเพศ ผู้หญิงที่มีโครงหน้าชัด จะทำให้ได้ลุคที่หน้าดูเฉี่ยว มีความอินเตอร์ แบบหรูหราและดูแพงส่วนผู้ชายถ้ามีโครงหน้าชัดจะให้ความ masculine สูง ดูสง่า มีพลัง มีความเฟิร์ม และเป็นผู้นำ

Radiesse Plus เรเดียส พลัส

กลไกการทำงานของ Reset Plus คือ เมื่อฉีดตัวยาเข้าไปใต้ผิวหนังแล้ว CMC เจลจะถูกปลดปล่อยในชั้นผิว ทำให้เกิดผลของการเติมเต็มในทันที ต่อมาเจลจะสลายตามระบบของร่างกาย จากนั้นสาร CaHA จะเริ่มทำงาน โดยสร้างโครงสร้างของผิวหนังที่มีความหนาแน่นสูง ทำให้เกิดโครงหน้าที่คมชัด เพราะตัวยามีความหนืดสูง และความยืดหยุ่นสูง ทำให้ไม่เคลื่อนตัวและมีความสามารถในการยกกระชับได้สูงนั่นเอง

Radiesse Plus เรเดียส พลัส

สาร CaHA มีการใช้ทางการแพทย์มานานกว่า 20 ปี และเป็นสารที่กระตุ้นโครงสร้างผิวใหม่ผ่านกระบวนการทางธรรมชาติของร่างกายอยู่แล้ว ไม่ใช่สิ่งแปลกปลอม ดังนั้น synthetic CaHA ของ Regenerative Biostimulator และ Reset Plus จึงมีความปลอดภัยสูง เข้ากันได้กับร่างกาย และสามารถสลายไปตามธรรมชาติด้วยระบบ normal homeostatic mechanisms ของร่างกายตามปกติ ได้เป็น calcium และ Phosphate ion

Radiesse Plus เรเดียส พลัส

การฉีดปรับโครงหน้าด้วยโปรแกรมรีเซ็ตพลัส (Reset Plus) ต้องได้รับการรับรองจากบริษัทเมิร์ซ เอสเธติกส์ ผู้ถือลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวในไทย ซึ่งคุณหมอช้อปได้รับการรับรองเรียบร้อย คนไข้จึงมั่นใจได้ว่าจะได้รับผลลัพธ์ที่ดี แม่นยำ 

หลังรับการรักษาจะได้รับใบรับรองจากบริษัท เพื่อมั่นใจว่าได้รับการฉีดของแท้จากบริษัท 

Radiesse Plus เรเดียส พลัส
Radiesse Plus เรเดียส พลัส

รีวิวผลลัพธ์หลังฉีด Regenerative Biostimulator

Radiesse เรเดียส รีวิว
Radiesse เรเดียส รีวิว
Radiesse เรเดียส รีวิว
Radiesse เรเดียส รีวิว
Radiesse เรเดียส รีวิว
Radiesse เรเดียส รีวิว

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฉีด Regenerative Biostimulator

ฉีด Regenerative Biostimulator พร้อมกับยกกระชับ เช่น Ultherapy หรือ Therma FLX+ ได้ไหม? ต้องทำอะไรก่อนหลัง?

สามารถทำได้โดยแยกเป็น 2 กรณี ดังนี้ครับ

  1. ถ้ารอได้ แนะนำให้ ฉีด Regenerative Biostimulator ก่อน เพื่อกระตุ้นการสร้าง Collagen ก่อน และเว้นห่าง 4 -6 สัปดาห์ แล้วค่อยทำเครื่องยกกระชับ
  1. ในกรณีที่ทำเครื่องมาก่อนแล้ว ( เช่น Ultherapy / Therma FLX+) ควรเว้นห่าง 4 สัปดาห์ จึงค่อยฉีด Regenerative Biostimulator

***ทั้งนี้ทั้งนั้น หากคนไข้รีบหรือไม่สะดวกกลับมาทำซ้ำ ก็สามารถทำพร้อมกันได้ครับ โดยแนะนำให้ทำเครื่องก่อน แล้วค่อยฉีด Regenerative Biostimulator***

หากเคยฉีดสารกระตุ้นคอลลาเจนแบบอื่น เช่น Skin Sculpting Solution มาแล้ว อยากฉีด Regenerative Biostimulator ได้หรือไม่ ?

สามารถฉีดได้ครับ โดยเว้นระยะ 3-6 เดือน

ฉีดพร้อมกับทำเลเซอร์ หรือ Pico laser ได้ไหม? ต้องทำอะไรก่อนหลัง?

ไม่แนะนำให้ทำพร้อมกัน เนื่องจากการทำเลเซอร์ จะมีรอยและมีการบาดเจ็บของผิว 

ควรห่างกันอย่างน้อย 1 เดือนครับ

ฉีดพร้อมกับ ฟิลเลอร์ Skinboosters, Revive,  Rejuran ได้ไหม? ต้องฉีดอะไรก่อนหลัง ?

ในกรณีฉีดคนละตำแหน่งกัน สามารถฉีดพร้อมกับฟิลเลอร์ได้

เช่น ฉีดฟิลเลอร์ที่คางหรือปากและฉีด Regenerative Biostimulator ที่หน้าแก้ม กรอบหน้า เป็นต้น

แต่ถ้าตำแหน่งเดียวกัน ชั้นผิวเดียวกัน ไม่แนะนำให้ฉีดพร้อมกัน เพราะส่งผลต่อการกระจายตัวของ Regenerative Biostimulator

สรุปคือ ไม่แนะนำให้ฉีดพร้อมกันกับ Regenerative Biostimulator เพราะฉีดชั้นผิวใกล้เคียงกันมากครับ

การเว้นระยะในการฉีด

  • ในกรณีฉีดฟิลเลอร์มาก่อน  แนะนำให้ห่าง 2 สัปดาห์แล้วฉีด Regenerative Biostimulator
  • กรณีฉีด Regenerative Biostimulator มาก่อน  แนะนำให้ห่าง 3-4 สัปดาห์แล้วฉีดฟิลเลอร์

ฉีดพร้อมกับฉีดโบ (B-TOX) ได้ไหม? ต้องฉีดอะไรก่อนหลัง?

ในกรณีฉีดคนละตำแหน่งกัน สามารถฉีดพร้อมกับโบได้

เช่น ฉีดโบที่หน้าผากและตีนกา แล้วฉีด Regenerative Biostimulator ที่หน้าแก้ม กรอบหน้า เป็นต้น

แต่ถ้าตำแหน่งเดียวกัน ชั้นผิวเดียวกัน ไม่แนะนำให้ฉีดพร้อมกัน เพราะส่งผลต่อการกระจายตัวของ Regenerative Biostimulator

สรุปคือ ไม่แนะนำให้ฉีดพร้อมกันกับ Regenerative Biostimulator เพราะฉีดชั้นผิวใกล้เคียงกันมากครับ

การเว้นระยะในการฉีด

  • ในกรณีฉีดโบมาก่อน แนะนำให้ห่าง 2 สัปดาห์แล้วฉีด Regenerative Biostimulator
  • กรณีฉีด Regenerative Biostimulator มาก่อน แนะนำให้ห่าง 4 สัปดาห์แล้วฉีดโบ

ฉีดพร้อมกับ Mesotherapy PRP ได้ไหม? ต้องทำอะไรก่อนหลัง?

ในกรณีฉีดคนละตำแหน่ง สามารถฉีดพร้อมกันได้

แต่ถ้าตำแหน่งเดียวกัน ชั้นผิวเดียวกัน ไม่แนะนำให้ฉีดพร้อมกัน เพราะส่งผลต่อการกระจายตัวของ Regenerative Biostimulator

การเว้นระยะในการฉีด

  • ในกรณีฉีด Mesotherapy PRP มาก่อน แนะนำให้ห่าง 2 สัปดาห์แล้วฉีด Regenerative Biostimulator
  • กรณีฉีด Regenerative Biostimulator มาก่อน  แนะนำให้ห่าง 4 สัปดาห์แล้วฉีด Mesotherapy PRP

ฉีดพร้อมกับร้อยไหม ได้ไหม? ต้องทำอะไรก่อนหลัง?

ในกรณีฉีดคนละตำแหน่งกัน สามารถฉีดได้ครับ

แต่ถ้าตำแหน่งเดียวกัน ชั้นผิวเดียวกัน ไม่แนะนำให้ทำในบริเวณที่ร้อยไหมครับ

เคยผ่าตัดใส่ซิลิโคนมา สามารถฉีด Regenerative Biostimulator ได้ไหม?

ในกรณีฉีดคนละตำแหน่ง สามารถฉีดได้ครับ

แต่ถ้าตำแหน่งเดียวกัน ไม่แนะนำให้ฉีดครับ

ฉีด Regenerative Biostimulator ที่ เดอะ พรีม่า คลินิก ดีอย่างไร ?

Radiess Chonburi เรเดียสชลบุรี
  1. คลินิกสั่งซื้อผลิตภัณฑ์โดยตรงจากบริษัทเมิร์ซ มีชื่อรับรองในเว็ปไซต์บริษัท
  2. แพทย์ได้รับการรับรอง Certified Injector มีใบประกาศนียบัตรรับรอง
  3. แพทย์อยู่ประจำทุกวัน พร้อมดูแลต่อเนื่อง
  4. รีวิวแน่น เห็นผลจริง แพทย์มีประสบการณ์ปรับรูปหน้ามาแล้วมากกว่า 1000 เคส
  5. คลินิกให้คำแนะนำอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีเซลล์กดดันหรือยัดเยียดขายคอร์ส
  6. มีเจ้าหน้าที่คอยติดตามอาการต่อเนื่อง ไม่ทิ้งเคส

ท่านใดที่สนใจสามารถเข้ามาปรึกษาก่อนตัดสินใจได้ที่ เดอะ พรีม่า คลินิก ครับ

สอบถามราคาและโปรโมชั่นได้ทางไลน์ @theprimaclinic (มี @ ข้างหน้าด้วยนะครับ) หรือ คลิกที่ปุ่มสีเขียวด้านล่างนี้ครับ

Share on facebook
Share on Facebook
Share on twitter
Twitter

แนะนำโปรแกรมรักษาที่เกี่ยวข้อง

อัลเทอราปี (Ultherapy) ดึงหน้าใหม่ โดยไม่ต้องผ่าตัด

-click-

เทอร์มา (Therma FLX+) กระชับผิวเฟิร์ม หน้าเล็ก ผิวเด้ง

-click-

พิโค่ดูโอ้ (Pico Duo) เลเซอร์กระตุ้นคอลลาเจน ลดหลุมสิว รูขุมขนกว้าง

-click-

Reference

  1. Yutskovskaya Y et al.,J Drugs Dermatol. 2020;19(4):405-411.
  2. Yutskovskaya Y et al., J. Drugs Dermatol. 2017;16(1):68-734.
  3. González, N. & Goldberg, DJ. Dermatol Surg 2019;45(4):547-551.
  4. Yutskovskaya Y et al., J Drugs Dermatol. 2014;13(9):1047-1052.
  5. Shalak OV et al., Bulletin of the North-Western State Medical Univ. 2022;14:43-52.
  6. Yutskovskaya Y et al., J. Drugs Dermatol. 2017;16(1):68-734.
  7. de Almeida AT et al, Plast Reconstr Surg Glob Open. 2019;7(3):e2160.
  8. Bass LS et al,. Aesthet Surg J. 2010;30(2):235-238.
  9. Pavicic T. Clin Cosmet Investig Dermatol. 2015;8:19-25.