ปรับรูปหน้าย้อนวัย เสริมโหงวเฮ้งด้วยฟิลเลอร์ (Filler) ที่ เดอะ พรีม่า คลินิก ศรีราชา
คลินิกฉีดฟิลเลอร์ยอดนิยมสูงสุด อันดับ 1 ในจังหวัดชลบุรี จาก Wongnai

#ฟิลเลอร์คาง #ฟิลเลอร์ใต้ตา #ฟิลเลอร์ขมับ #ฟิลเลอร์แก้มตอบ #ฟิลเลอร์แก้มส้ม #ฟิลเลอร์เสริมโหงวเฮ้ง #ฟิลเลอร์ยกหน้า #ฟิลเลอร์ร่องน้ำหมาก #ฟิลเลอร์ยกมุมปาก #ฟิลเลอร์แก้ผิวแห้ง #ฟิลเลอร์แก้รอยพับคอ #ฟิลเลอร์แก้หลังมือเหี่ยว #ฉีดฟิลเลอร์ชลบุรีที่ไหนดี #ฟิลเลอร์ศรีราชา #ฟิลเลอร์แหลมฉบัง #ฟิลเลอร์พัทยา #ฟิลเลอร์ชลบุรี #ฟิลเลอร์บางแสน #ฟิลเลอร์บางพระ #ฟิลเลอร์บ้านบึง
เมื่อวันเวลาผ่านไปจากวัยสาวเข้าสู่วัยกลางคน ผิวที่เคยเต่งตึงมีน้ำมีนวลก็จะเริ่มแห้งหยาบกร้านและรูขุมขนกว้าง นั่นเป็นเพราะคอลลาเจนใต้ผิวหนังฝ่อลงจนก่อให้เกิดร่องลึก หากจะใช้วิธีนวดหรือทาครีมบำรุงต่างๆ ก็จะได้ผลช้า ดังนั้นการฉีดฟิลเลอร์จึงเป็นวิธีที่ตอบโจทย์สำหรับผู้มีปัญหาได้ดี และยังได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน

การฉีดฟิลเลอร์คืออะไร ?

ฟิลเลอร์คือสารที่ใช้สำหรับแก้ปัญหาผิว โดยการฉีดฟิลเลอร์เพื่อเติมเต็มในส่วนที่เป็นริ้วรอยร่องลึกตามจุดต่างๆ บนใบหน้า เป็นสารที่เลียนแบบสารที่มีตามธรรมชาติ ช่วยทำให้ใบหน้าเต่งตึงมีน้ำมีนวล ริ้วรอยร่องลึกที่เคยเป็นจะดูตื้นและนูนขึ้น อีกทั้งยังเป็นการเติมใยคอลลาเจนที่หายไปให้กลับมาดูอิ่มเอิบ แลดูอ่อนเยาว์กว่าวัยนั่นเอง

ฟิลเลอร์ คือ การฉีดสารเติมเต็มผิว ด้วยสารไฮยาลูโรนิค แอซิด ( Hyaluronic Acid ) หรือ เรียกว่า “HA” เพื่อช่วยเติมเต็มหรือเสริมในชั้นผิวหนังและใต้ผิวหนัง

HA จะช่วยกักเก็บน้ำให้แก่ชั้นใต้ผิว ในจุดที่ต้องการได้รับการแก้ไข เพื่อเติมเต็มช่องว่างให้กับเซลล์ผิวหนัง ทำให้ผิวเกิดความยืดหยุ่น เพิ่มความเต่งตึงเนียนเรียบ ปราศจากริ้วรอย

เราจะใช้ ฟิลเลอร์ ในส่วนที่เป็นริ้วรอยร่องลึก ที่เกิดขึ้นตามจุดต่างๆบนใบหน้าทำให้ร่องดูตื้นขึ้น และเป็นการเติมใยคอลลาเจนที่หายไป ให้กลับมาดูอิ่มเอิบ ส่งผลให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์กว่าวัย ได้อย่างชัดเจน ฟิลเลอร์แท้ สามารถสลายตัวไปได้เองตามธรรมชาติ และยังสามารถนำ “ฟิลเลอร์ ” มาช่วยในการแก้ไขในปรับแต่งรูปหน้าได้อีกด้วย เช่น ฉีดเพื่อเติมเต็มริมฝีปาก หรือ ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มให้ตื้นขึ้นคนไข้ที่เริ่มมีอายุมากขึ้น ทำให้แก้มตอบลงหรือกระดูกยุบตัวลง ก็สามารถใช้ฟิลเลอร์ ในการแก้ปัญหาเหล่านี้ได้เช่นกัน แม้กระทั่งการนำฟิลเลอร์มาใช้ในการบำรุงผิวให้กระชับเปล่งปลั่ง หรือ ฉีดเพื่อเติมเต็มริมฝีปาก หรือ ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มให้ตื้นขึ้น

ฟิลเลอร์ อันตรายไหม

การฉีดฟิลเลอร์ เป็นหัตถการที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน และขณะนี้มีฟิลเลอร์ให้เลือกใช้มากมายหลายยี่ห้อ หลายรุ่น สามารถฉีดได้หลายตำแหน่ง ถ้าใช้ฟิลเลอร์แท้ซึ่งเป็นสาร HA (Hyaluronic acid) 100% ฉีดด้วยเทคนิคที่ถูกต้อง โดยแพทย์ผู้มีความเชี่ยวชาญ ก็จะมีความปลอดภัยสูง

หากมีการใช้สารอื่นแทนฟิลเลอร์ เช่น ซิลิโคนเหลว ฟิลเลอร์ปลอม ก็อาจจะเกิดผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิดและเป็นอันตรายได้ ปัญหาเหล่านี้มักเกิดจากการทำฟิลเลอร์ กับแพทย์ที่ไม่มีความเชี่ยวชาญพอ และฟิลเลอร์ไม่มีมาตรฐาน

ประเภทและการทำงานของการฉีดฟิลเลอร์

ชนิดของฟิลเลอร์มีอยู่ด้วยกัน 2 ประเภท คือ ระดับชั่วคราว เช่น สารไฮยารูโรนิกแอซิดที่ผลิตจากสารสกัดธรรมชาติ เมื่อฉีดเข้าบริเวณที่ต้องการแก้ไขแล้วจะคงอยู่ได้ประมาณ 4 – 6 เดือน จัดว่ามีความปลอดภัยสูงและสลายตัวได้เองตามธรรมชาติ ฟิลเลอร์อีกชนิดคือระดับถาวร เช่น เม็ดพลาสติก ซิลิโคน หรือน้ำมันพาราฟิน ซึ่งจะให้ผลลัพธ์แบบถาวรที่ไม่สามารถสลายออกเองได้ และระบุผลข้างเคียงในระยะยาวไม่ได้ อีกทั้งไม่แนะนำให้ฉีดชนิดนี้ด้วยเช่นกัน การฉีดฟิลเลอร์จะใช้เวลาประมาณ 15 – 30 นาที เมื่ออยู่ในตำแหน่งที่ต้องการแก้ไขแล้วจะเห็นผลทันที และจะยิ่งเห็นผลชัดที่สุดในวันที่ 5 โดยสามารถให้ผลลัพธ์ได้นานถึง 6 เดือน หรือขึ้นอยู่กับร่างกายของแต่ละคน

การฉีดฟิลเลอร์เหมาะสำหรับใคร

การฉีดฟิลเลอร์เหมาะกับ
- ผู้ที่มีริ้วรอยหรือร่องลึกรอบดวงตา
- ผู้ที่มีริ้วรอยหรือร่องลึกบริเวณมุมปาก
- ร่องแก้ม
- คางสั้น คางตัด ไม่ได้รูป
- ร่องน้ำหมาก
- ขมับตอบ
- แก้มตอบ ช่วยเติมเต็มแก้มที่ตอบให้เปล่งปลั่งและเต่งตึง
- เติมเต็มริมฝีปากให้อวบอิ่ม
- ช่วยปรับแต่งรูปหน้าหรือรูปร่างให้ได้ส่วนสัดที่ดี
- เพิ่มความชุ่มชื้นที่ ลำคอ หลังมือและบริเวณอก

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์

1. ฟิลเลอร์จะให้ผลลัพธ์ที่รวดเร็วทันใจ ใช้เวลาน้อย ช่วยชะลอวัย ฉีดเสร็จสามารถเดินทางกลับบ้านได้เลย
2. ฟิลเลอร์เป็นวิธีที่ปลอดภัย และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง (เนื่องจากฟิลเลอร์ที่ได้รับการรับรองจาก อย. จะมีความปลอดภัย ไม่ทำให้เกิดอาการแพ้ และไม่มีปัญหาเรื่องของสารตกค้างในร่างกาย สามารถสลายเองได้ตามธรรมชาติ)
3. ฟิลเลอร์ไม่มีแผล ไม่ต้องพักฟื้น ไม่มีรอยแผลเป็น
4. ฟิลเลอร์สามารถเติมได้เรื่อยๆ ปรับแต่งได้ (ถ้าไม่ชอบก็สามารถฉีดสลายออกได้100%)
5. ฟิลเลอร์ให้ผลได้แม่นยำ สวยเป็นธรรมชาติกว่าการเติมเต็มด้วยวิธีอื่นๆ
6. ฟิลเลอร์เหมาะกับตำแหน่งที่ต้องการความละเอียดสูง เช่น ใต้ตา ร่องแก้ม คาง
7. ฟิลเลอร์ไม่มีความเสี่ยงในการวางยาสลบ
8. สามารถยกกระชับหรือปรับโครงสร้างใบหน้าให้ได้รูป หรือเติมจุดที่ดูสูงวัยแลดูหย่อนคล้อยตามจุดต่างๆ ทั้งใบหน้าและรูปร่างให้ดูอ่อนเยาว์ได้ตามต้องการ
9. ช่วยเสริมโหงวเฮ้งตามความเชื่อได้

ข้อเสียของการฉีดฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์ ไม่เหมาะกับบางตำแหน่งในร่างกาย เช่น หน้าอก สะโพก เพราะถ้าใช้ฟิลเลอร์แท้ที่ปลอดภัย จะต้องใช้ฟิลเลอร์ปริมาณมาก หลายร้อย cc ราคาอาจจะสูงเกิน 1ล้านบาท (บริเวณเหล่านี้ ใช้การผ่าตัดเสริมจะดีที่สุด)

การฉีดฟิลเลอร์ที่ได้มาตรฐาน ต้องทำกี่ครั้งจึงจะเห็นผล อยู่ได้นานแค่ไหน

โดยทั่วไปฟิลเลอร์จะเห็นผลชัดเจน ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ ปกติการฉีดฟิลเลอร์เมื่อฉีดเข้าไปจะไม่อยู่ถาวร ซึ่งสารไฮยาลูโรนิกแอซิด (Hyaluronic Acid) จะย่อยสลายได้เอง ตามกระบวนการทางธรรมชาติของร่างกาย ส่วนใหญ่แล้วหากฉีดฟิลเลอร์ที่ได้มาตรฐานครั้งหนึ่ง จะอยู่ได้นานประมาณ 12-18 เดือน แล้วแต่ชนิดของฟิลเลอร์ บางคนอาจจะทำน้อยหรือมากกว่านี้ขึ้นกับอายุ การดูแลผิว และการดำเนินชีวิต

ฟิลเลอร์ปลอมมีจริงไหม

สิ่งที่ต้องระวังคือ ถ้าหากเป็นฟิลเลอร์ปลอมที่ไม่ได้มาตรฐาน เช่น ซิลิโคนเหลว หรือพาราฟิน สารเหล่านี้จะไม่สามารถย่อยสลายไปได้เองหากฉีดเข้าไปหลายๆครั้ง เมื่อหมดอายุแล้ว จะทำให้เกิดการไหลไปกองรวมกันเป็นพังผืด ซึ่งไม่สามารถฉีดสลายออกได้ การจะเอาออกต้องผ่าตัดขูดออกเพียงอย่างเดียวเท่านั้น สำหรับคนที่กำลังมองหาว่า จะเลือกฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี คลินิกไหนดี ควรศึกษา-วิธีการสังเกตฟิลเลอร์ของแท้ยี่ห้อต่างๆและที่สำคัญ คือ ก่อนฉีดควรให้หมอแกะกล่องฟิลเลอร์ให้ดูต่อหน้า และขอกล่องและหลอดกลับบ้าน หรือถ่ายรูปเก็บไว้ตรวจสอบ เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นฟิลเลอร์แท้ที่ได้มาตรฐานจะดีที่สุด หากทางคลินิกหรือหมอไม่ให้ตรวจสอบ ก็ไม่ควรฉีด เพราะถ้าเจอฟิลเลอร์ปลอม ก็จะส่งผลโดยตรงต่อใบหน้า เป็นอันตรายได้

วิธีดูแลตนเองก่อนฉีดฟิลเลอร์

ก่อนเข้ารับบริการฉีดฟิลเลอร์ ควรงดรับประทานยา หรือ วิตามินที่ทำให้เลือดหยุดไหลยาก เช่น ยาแอสไพริน ยากลุ่มต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAID) ยาวาร์ฟาริน วิตามินอี น้ำมันตับปลา แปะก๊วย อย่างน้อย 5-7 วัน ถ้ามีอาการแพ้ยาจะต้องแจ้งแพทย์ให้ทราบล่วงหน้า

การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์

ข้อควรปฏิบัติตัวอย่างเคร่งครัด ตามคำแนะนำของแพทย์ ดังนี้
1. ห้ามนอนราบหลังการฉีดฟิลเลอร์ 3 – 4 ชั่วโมง และช่วง 12 ชั่วโมงแรก ห้ามแต่งหน้าหรือใช้ครีมบำรุงทุกชนิด
2. ภายใน 48 ชั่วโมง หลังฉีดฟิลเลอร์ ไม่ควรออกกำลังกายหนัก ที่ทำให้เหงื่อออกมาก หรือไปตากแดดร้อน ๆ เพราะอาจทำให้เกิดรอยแดงได้มากยิ่งขึ้นในบริเวณที่ฉีด ไม่ควรจับ ลูบคลำ นวด คลึง หรือปั้นให้เป็นรูปร่างเองในบริเวณที่ฉีด เพราะอาจส่งผลต่อการเคลื่อนตำแหน่งของตัวยา ไปอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ต้องการได้
3. ภายใน 48 ชั่วโมง หลังฉีดฟิลเลอร์ ควรหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์, การสูบบุหรี่, กรณีฟิลเลอร์ริมฝีปาก ควรงดการดูดจากหลอดดูด และการจูบ
4. ควรดื่มน้ำมากๆอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในช่วง 4 วันแรกหลังการฉีด ควรดื่มน้ำให้ได้ปริมาณ 1.5-2 ลิตรต่อวัน หรือ ประมาณวันละ 8-10 แก้ว เพราะฟิลเลอร์เป็นสารอุ้มน้ำ (น้ำ จะเข้าไปเติมเต็มและไปจับกับโมเลกุลของฟิลเลอร์ที่ฉีด ส่งผลให้คงสภาพอยู่ได้นานขึ้น ทำให้การเติมฟิลเลอร์ดูเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น)
5. ภายใน 2 สัปดาห์ หลังฉีด ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำอุ่น หรือน้ำร้อนในบริเวณที่ฉีด งดเข้าอบไอน้ำ อบซาวน่า ทำเลเซอร์ ทำ RF หรือ ไอออนโต (Ionto) เพราะการสัมผัสความร้อนเฉพาะจุด เป็นเวลานานอาจส่งผลต่อฟิลเลอร์ได้ ความร้อนในระดับที่สามารถสัมผัสได้ คือ ไดร์เป่าผม และแสงแดดที่ไม่แรงจ้าเกินไปได้ หลังจาก 2 สัปดาห์ขึ้นไป ก็สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ
6. หลังจาก 24 ชั่วโมง สามารถทาแป้งแต่งหน้า, ลง Concealer หรือ รองพื้นปกปิดบริเวณที่เขียวช้ำ หรือรอยแดงจากเข็มได้ตามปกติ เมื่อผ่านไป 1 สัปดาห์ สามารถทำTreatment อื่นๆได้ตามปกติ (ยกเว้น Laser, Rf และ Ionto ต้องรอ 2 สัปดาห์

ข้อควรระวังในการฉีดฟิลเลอร์ ?

ปัจจุบันมีสารที่มีลักษณะคล้ายฟิลเลอร์ออกมามากมาย ซึ่งไม่ได้ตามมาตรฐาน อย.(ฟิลเลอร์ปลอม) และยังเสี่ยงกับผลข้างเคียงที่จะเกิด ดังนั้นควรใช้บริการจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น เพื่อสามารถแก้ปัญหาได้ดีสมความตั้งใจ สถานให้บริการรวมทั้งสารที่ใช้และอุปกรณ์เครื่องมือควรมีมาตรฐานที่เชื่อถือได้ เป็นการป้องกันอันตรายและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นตามมาได้ นอกจากนี้ห้ามฉีดฟิลเลอร์ในสตรีมีครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร และผู้ที่มีปัญหาเลือดออกแล้วหยุดยาก ในท้องตลาดมีบริการการฉีดฟิลเลอร์หลากหลายราคา ตัวฟิลเลอร์ที่ได้มาตรฐาน อย. สามารถตรวจสอบได้ แพทย์ควรเปิดฟิลเลอร์กล่องใหม่ต่อหน้า และเมื่อฉีดแล้วให้คุณเก็บบรรจุภัณฑ์กลับหรือถ่ายรูปเก็บไว้ เพื่อจะได้มีตัวเลขลอตบนบรรจุภัณฑ์ไว้ตรวจสอบได้ ดังนั้นเราไม่ควรเห็นแก่ราคาถูกเกินไป เพราะไม่สามารถทราบได้ว่าสารที่นำมาฉีดนั้นเป็นสารชนิดใด จึงก่อให้เกิดความเสี่ยงที่จะมีผลข้างเคียงอันตรายสูง และควรปรึกษาแพทย์กับใช้บริการจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังจะดีกว่า

แนะนำโปรแกรมรักษาที่เกี่ยวข้อง