Prima Lift ยกกระชับ ปรับรูปหน้า และ กระชับสัดส่วน

ร้อยไหมด้วยคลื่นอัลตร้า ยกหน้า สลายเหนียง พร้อมเติมคอลลาเจนสู่ผิว 

Prima Lift (พรีม่าลิฟท์) คืออะไร ?

Prima Lift คือ การดึงหน้าหรือร้อยไหมโดยไม่ต้องผ่าตัดและไม่ทำให้เกิดบาดแผล ไม่เกิดรอยเขียวช้ำ อาศัยพลังงานจากคลื่นอัลตร้าซาวด์ (Ultrasound therapy) ซึ่งเป็นคลื่นเดียวกับที่ใช้ในทางการแพทย์ ลักษณะของคลื่นเสียงนี้จะถูกจำกัดการปล่อยคลื่นอย่างแม่นยำ (Focused Ultrasound) เพื่อให้คลื่นส่งผ่านพลังงานขนาดเล็ก จำนวนมากลงลึกสู่ชั้นผิวชั้นสแมซ (SMAS) ซึ่งเป็นชั้นที่พยุงกล้ามเนื้อบนใบหน้า (ชั้นเดียวกับการศัลยกรรมดึงหน้า) ทำให้เกิดผลของการยกกระชับของใบหน้า หรือคำว่า Lifting นั่นเองครับ

พูดให้เข้าได้ง่ายขึ้นคือ คลื่นอัลตร้าซาวด์ที่ถูกโฟกัสการปล่อยพลังงานออกมาเฉพาะจุด และแต่ละจุดก็มีพลังงานสูงพอที่จะทำลายเนื้อเยื่อในชั้นผิวหนังระดับลึก SMAS ได้ครับ ซึ่ง หลักการ High Intensity Focus Ultrasound นับเป็นนวัตกรรมเดียวที่สามารถทำงานลงลึกถึงผิวหนังชั้นเดียวกับการผ่าตัดดึงผิว

แพทย์สามารถตั้งค่าพลังงานจากหน้าจอเครื่อง เพื่อทำการรักษาโดยการปรับคลื่นเสียงที่พอเหมาะกับสภาพผิวหนังของคนไข้แต่ละราย ทำให้เกิดความแม่นยำและผลการรักษาที่มีประสิทธิภาพ ในเวลาอันสั้นโดยการทำงานนี้จะเกิดขึ้นเฉพาะในชั้น SMAS ใต้ชั้นผิว โดยไม่ส่งผลใดๆ ต่อผิวชั้นบน และในขณะทำจะรู้สึกเพียงอุ่นๆ ใต้ชั้นผิวเท่านั้น

Prima Lift (พรีม่าลิฟท์) เห็นผลเมื่อไหร่ และต้องทำบ่อยแค่ไหน?

เราจะเห็นผลหลังทำทันที 20 % !!! และจะค่อยๆเห็นผลลัพธ์อย่างต่อเนื่องภายใน 60 – 90 วัน เนื่องจากร่างกายมีการกระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) เพื่อกระตุ้นเส้นใยอีลาสติน  ฟื้นฟูให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่จากร่างกายของเราเองจึงมีความปลอดภัยสูง

และเพื่อผลการรักษาที่ดีอย่างต่อเนื่อง แนะนำให้ทำอย่างน้อย ปีละ 2 ครั้ง สำหรับผู้ที่มีปัญหาน้อย และ ปีละ 4 ครั้ง สำหรับผู้ที่มีปัญหาค่อนข้างเยอะครับ

Prima Lift (พรีม่าลิฟท์) ทำเพื่อการดึงหน้าเท่านั้น ใช่หรือไม่  ?

แท้จริงแล้ว เครื่อง Prima Lift จะมีหัว (Tip) ส่งพลังงานลงลึกได้ถึง 3 ระดับ  ในการปล่อยคลื่นได้แก่ Tip แบบตื้นและ Tip แบบลึก ดังนั้นแพทย์สามารถเลือกใช้ Tip ในแต่ละส่วนของร่างกายที่เหมาะกับแต่ละบริเวณ ด้วยความหนาของชั้นผิวแต่ละส่วนไม่เท่ากัน และการส่งพลังงานลงไปในแต่ละชั้นความลึก ก็ให้ผลลัพธ์ที่ต่างกัน ดังนี้

ระดับ 1.5 มิลลิเมตร

ส่งพลังงานไปที่ผิวหนังชั้นตื้น  (Superficial Dermis) ช่วยเรื่อง  กระชับรูขุมขน  ริ้วรอยเล็ก ๆ  ยกหางคิ้วที่ตก ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ผิวโดยไม่ทำอันตรายผิวด้านบน ปรับให้ผิวภายนอกให้เนียนสวยผิวใส

ระดับ 3.0 มิลลิเมตร

ส่งพลังงานไปที่ผิวหนังชั้นลึก (Deep Dermis) ช่วยเรื่อง คืนความยืดหยุ่นของคอลลาเจน และเส้นใยอีลาสติน  ฟื้นฟูให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ ผิวแน่นกระชับ ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ผิวโดยไม่ทำอันตรายผิวด้านบน ปรับให้ผิวภายนอกให้เนียนสวยผิวใส

ระดับ 4.5 มิลลิเมตร

ส่งพลังงานไปที่ชั้น SMAS (ชั้นผังผืดที่รองรับเนื้อเยื่อของผิวหนัง ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับการผ่าตัดศัลยกรรมดึงหน้า) ช่วยเรื่องการปรับรูปหน้า ช่วยลดชั้นไขมันบนใบหน้าหรือลดชั้นความหนาบนใบหน้าหรือจะช่วยให้การหดชั้นสแมส (SMAS) ช่วยในการยกกระชับ ขอบหน้าชัดเจน แก้ไขปัญหาหนังตาตก และคิ้วตก

Prima Lift (พรีม่าลิฟท์) เหมาะกับใครและทำบริเวณไหนได้บ้าง ?

  • เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุ 25 ปีขึ้นไป 

  • ผิวหน้าหย่อนคล้อยหรือมีริ้วรอยไม่มาก

  • ต้องการปรับรูปหน้าให้เรียวสวยโดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัด

  • ต้องการยกกระชับใบหน้า แต่ยังไม่อยากทำศัลยกรรม

  • ลดปัญหาผิวหน้าหมองคล้ำ

  • รูขุมขนกว้าง

  • ไขมันสะสมบริเวณแก้มทำให้รูปหน้าไม่เรียว

  • ลดเหนียงใต้คางหรือลดคางสองชั้น กรอบหน้าไม่ชัด

  • คิ้วตกทำให้หน้าดูเศร้า ต้องการยกแนวคิ้วให้ขึ้น

  • หนังตาตก

  • ปัญหาริ้วรอยรอบดวงตา (ริ้วรอยไม่มากนัก)

"...ทำพรีม่า ลิฟท์ ที่เดอะ พรีม่า หน้าไม่ยก คนไข้ไม่ว้าว หมอไม่ยอมให้ลุกออกจากเตียงแน่นอน..."

ข้อดีของการทำ Prima Lift

เป็นวิธีที่เหมาะกับผู้ที่มีริ้วรอยน้อยๆ อีกทั้งราคายังไม่แพงมาก ทำได้บ่อยครั้งและหลังการทำ ยังสามารถทำการรักษาอย่างอื่นอีกได้ ขณะทำจะรู้สึกอุ่นๆ บนผิวขณะทำ ผิวจะไม่แสบร้อน เพราะเป็นคลื่นที่มีความถี่สูง ทำให้ผู้ที่เข้ารับการบริการไม่รู้สึกเจ็บหลังจากการทำ และสามารถดำเนินกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ เนื่องจากไม่มีบาดแผลและไม่ต้องพักฟื้นนั่นเอง

ข้อเสียของการทำ Prima Lift

หลังการทำอาจมีรอยแดงบ้างหลังการทำ ซึ่งก็พบแค่เพียงบางราย แต่จะหายไปได้เองภายใน
1 – 2 ชั่วโมง

วิธีการดูแลตัวเองก่อนการทำ Prima Lift

- ควรดูแลสุขภาพให้พร้อมสมบูรณ์ด้วยการนอนพักผ่อนให้เพียงพอ
- งดสูบบุหรี่
- งดดื่มแอลกอฮอล์
- งดทานยาละลายลิ่มเลือด เช่นแอสไพริน หรือ วิตามินที่อาจทำให้เลือดออกได้ง่าย 5-7 วัน ก่อนทำการรักษาเพราะอาจทำให้เกิดการช้ำได้
- รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เนื่องจากจะช่วยเอื้อต่อการสร้างคอลลาเจนให้กับเซลล์ใหม่เป็นไปได้ด้วยดี
 

วิธีการดูแลตัวเองหลังการทำ Prima Lift

- ควรใช้ครีมบำรุงผิวเพื่อบำรุงผิวที่เกิดขึ้นใหม่ให้คงอยู่ได้อย่างยาวนาน
- ทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงๆ แล้วหลีกเลี่ยงแสงแดด
- หากมีอาการเมื่อยหรือตึงผิวก็สามารถรับประทานยาแก้ปวดในกลุ่มพาราเซตามอลได้
- ไม่ควรนวดหรือถูใบหน้าแรงๆ เพราะอาจทำให้เกิดอาการบวมได้
- งดสูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์ เพราะเป็นการทำลายการสร้างคอลลาเจนที่ชั้นใต้ผิวหนัง

สามารถทำ Prima Lift ได้เองหรือไม่

ถึงแม้ว่าจะเป็นวิธีที่ให้การยอมรับว่ามีความปลอดภัยสูงแล้วก็ตาม แต่ก็ยังควรต้องปรึกษาและทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง เพื่อให้ได้ความรู้ความเข้าใจอย่างถูกต้อง ตลอดจนต้องเลือกสถานที่ที่ให้บริการได้มาตรฐานเพียงพอ จึงจะได้ผลลัพธ์อย่างน่าพึงพอใจสูงสุด

แนะนำโปรแกรมรักษาที่เกี่ยวข้อง