January 3, 2024

วางแผนทำหน้ากับหมอช้อป เห็นผลในกี่วัน พักหน้ากี่วัน

ใครที่กำลังวางแผนอยากทำหน้าในคลินิกความงาม โดยเฉพาะ ที่ เดอะ พรีม่า คลินิก วันนี้แอดมินมาสรุปให้ดูว่าแต่ละหัตถการใช้เวลาในการเห็นผลลัพธ์กี่วัน และ ต้องพักหน้ากี่วัน เผื่อใครที่อยากจะลางาน หรือ วางแผนใช้หน้าออกงานสำคัญจะได้เตรียมตัวกันแต่เนิ่น ๆ ครับ

สารบัญเนื้อหา

รักษาสิว (Acne Treatment)

โปรแกรมพื้นฐานสำหรับคนไทยส่วนใหญ่ คือ รักษาสิว ซึ่งบอกเลยว่าครั้งเดียวไม่หายขาด แต่จะค่อย ๆ ดีขึ้น จำเป็นต้องรักษาต่อเนื่อง 3-5 ครั้งขึ้นไป แล้วแต่สภาพปัญหา สาเหตุของการเป็นสิว และการตอบสนองต่อการรักษาของแต่ละบุคคล รวม ๆ แล้วอาจใช้เวลาประมาณ 1 เดือนครึ่ง ถึง 2 เดือนครึ่งขึ้นไป ถึงจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน

และต้องบอกก่อนว่า “สิว” เป็นภาวะเรื้อรัง ไม่มีทางหายขาดถาวร พอรักษาจนหายแล้วก็มีโอกาสกลับมาใหม่ได้ แต่การรักษาสิวตั้งแต่เนิ่น ๆ ก็จะป้องกันไม่ให้กลายเป็นรอยแผลเป็นจากสิว หรือ หลุมสิว ซึ่งรักษายากกว่า และถ้ารู้สาเหตุของการเกิดสิวของตัวเองแล้ว ก็จะได้หาวิธีป้องกันไม่ให้เป็นหนักเหมือนเดิมได้ครับ

ปัญหาหลังจากการเกิดสิว คือ รอยสิว ซึ่งการรักษารอยสิวนั้นก็ต้องใช้เวลาเช่นกัน ทำต่อเนื่อง 2-5 ครั้งขึ้นไป รวมใช้เวลาประมาณ 1-2 เดือนขึ้นไปถึงจะเห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจน ข้อดีของออโรร่าเลเซอร์ คือ ไม่มีรอยแผลหลังทำ จึงไม่ต้องพักหน้าแต่อย่างใด หลังทำใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ แต่อาจต้องเลี่ยงแสงแดดและความร้อนจัด ประมาณ 2 สัปดาห์ เพื่อให้ผิวฟื้นตัวเร็วขึ้น ส่วนใครที่ไม่มีปัญหารอยสิว ออโรร่าเลเซอร์ก็สามารถช่วยปรับสภาพผิวให้ดูกระจ่างใสขึ้นได้ครับ

ข้อดีของการเลเซอร์รอยสิว คือ หายแล้วหายเลย จะไม่กลับมาเข้มขึ้น ยกเว้นว่าสิวขึ้นมาซ้ำอีกกลายเป็นรอยใหม่ ก็ต้องกลับมารักษาใหม่ครับ

รักษาฝ้า กระ จุดด่างดำ รอยดำสิว จำเป็นต้องรักษาต่อเนื่อง 4-5 ครั้งขึ้นไป แต่ข้อดีคือไม่ต้องทำบ่อยทุกสัปดาห์ เว้นการทำประมาณ 3-4 สัปดาห์ต่อครั้ง ทั้งนี้ โหมดการรักษาแบ่งออกเป็นยิงเลเซอร์แบบไม่มีแผลตกสะเก็ต และ แบบมีแผลตกสะเก็ด (รวมถึงยิงด้วยโหมดกระตุ้นคอลลาเจน รักษาหลุมสิว) ซึ่งคุณหมอจะเป็นผู้ประเมิน หากยิงแบบไม่ตกสะเก็ดก็ไม่ต้องพักหน้า แต่หากยิงแบบตกสะเก็ดอาจต้องพักหน้า 5-7 วัน

ปัจจุบันยังไม่มีวิธีการรักษาใดที่จะทำให้ฝ้ากระหายขาดถาวร (ยกเว้น กระลึกจากกรรมพันธุ์ ที่เลเซอร์หายแล้วหายเลย) พอเลเซอร์จางลงจนพอใจแล้ว เว้นระยะไปอีก 1-2 ปี ก็อาจจะค่อย ๆ กลับมาเข้มขึ้นอีก จะช้าเร็วก็ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ฮอร์โมน ต่อมผลิตเม็ดสี การดูแลตัวเอง การกินยาบางประเภท เป็นต้น

การรักษาหลุมสิวให้เห็นผลดีคือ การใช้เข็มตัดพังผืดซึ่งเป็นต้นเหตุของหลุมสิว ฉะนั้นบริเวณที่รักษาจึงมีแผลและต้องพักหน้า 3-7 วัน และการรักษาหลุมสิวก็จำเป็นต้องรักษาต่อเนื่อง โดยเฉลี่ย 3-5 ครั้งขึ้นไป ขึ้นอยู่กับระดับความลึกของหลุมสิว (ลึกมากก็ฟื้นตัวช้า) ระยะเวลาที่เป็นหลุมสิว (ยิ่งปล่อยไว้นาน ก็ยิ่งหายช้า) อายุคนไข้ (ยิ่งอายุมาก หลุมสิวยิ่งฟื้นตัวช้า) รวมถึงการดูแลตัวเองหลังทำ แต่หากมีวินัยดี รักษาต่อเนื่อง รับรองว่าผลลัพธ์คุ้มค่าแน่นอนครับ

แม้ปัจจุบันยังไม่มีการรักษาหลุมสิวให้ผิวกลับมาเรียบเนียน 100% เหมือนเดิม ยกเว้นการฉีดสารเติมเต็มที่ทำให้ผิวเรียบได้ แต่เป็นผลลัพธ์ชั่วคราว

แต่การรักษาหลุมสิวให้ผิวฟูกลับมาได้ซัก 70-80% ก็ช่วยเพิ่มความมั่นใจและใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้นมากแล้วครับ

การเติมวิตามินผิวผ่านสายน้ำเกลือ หรือ ดริปวิตามินผิว หวังผลให้ผิวมีความชุ่มชื้น เนียนนุ่ม ดูกระจ่างใส ก็จำเป็นต้องทำต่อเนื่อง 2-5 ครั้งขึ้นไป โดยเว้นระยะห่างแต่ละครั้งประมาณ 1-2 สัปดาห์ ใช้เวลารวม ๆ ประมาณ 1-2 เดือนก็จะเห็นความเปลี่ยนแปลง แต่จะรู้สึกถึงความนุ่มลื่นของผิวได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ

หัตถการนี้ไม่ได้ทำกับใบหน้าจึงไม่ต้องพักหน้าแต่อย่างใด แต่หลายคนที่ไม่เคยเข้าคลินิกก็มักจะถามแอดมินมาเสมอ จึงต้องสรุปให้ทราบอีกครั้งครับ

เห็นผลได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ หลังทำไปแล้วประมาณ 2-4 สัปดาห์ โดยต้องพักหน้าหลังทำประมาณ 1-3 วัน เพราะที่ เดอะ พรีม่า คลินิก เราใช้เครื่องฝังอาหารผิวอัตโนมัติจากเกาหลี จึงจะมีรอยเข็มเล็ก ๆ ทั่วหน้า แต่วิธีนี้จะทำให้ลดการสูญเสียยาได้ดีกว่าการฉีดมือ ทั้งยังแม่นยำกว่า เจ็บน้อยกว่า และ ทั่วถึงกว่าครับ

ทั้งนี้ แนะนำให้ทำต่อเนื่อง 3 ครั้ง เว้นระยะห่างเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์นานถึงครึ่งปี

คนใจร้อนไม่เหมาะกับหัตถการนี้ เพราะเป็นวิธีที่เห็นผลได้ค่อนข้างช้า โดยจะเห็นผลเต็มที่ประมาณ 2-3 เดือนหลังฉีด ไม่จำเป็นต้องพักหน้าหลังทำ แต่อาจมีรอยช้ำจากเข็มได้ในบางราย

แม้การฉีดกระตุ้นคอลลาเจนจะเห็นผลช้า แต่ทำแล้วได้ผลลัพธ์นั้นยาวนานกว่า 2 ปี ฉะนั้นคนที่หวังผลระยะยาว ไม่อยากเข้าคลินิกบ่อย ๆ หัตถการนี้ถือว่าตอบโจทย์ได้ดีเลยครับ

หัตถการยอดนิยมสำหรับคนที่อยากลดริ้วรอย คือ การฉีดโบ สามารถเห็นผลได้ภายใน 1-2 สัปดาห์ ไม่ต้องพักหน้า แต่อาจมีรอยช้ำจากเข็มได้

ส่วนคนที่หวังผลในการลดขนาดกราม หรือ ลดขนาดลำคอให้ดูเรียวระหง ด้วยเทคนิคการฉีด X-Beauty ผลลัพธ์จะชัดเจนเต็มที่ประมาณ 1 เดือนหลังทำ

คนใจร้อนถูกใจสิ่งนี้ เพราะการฉีดสารเติมเต็ม หรือ ฟิลเลอร์ สามารถเห็นลัพธ์ได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นเติมร่องใต้ตา ร่องแก้ม คาง ปาก ปรับรูปหน้า แต่ผลลัพธ์จะชัดเจนเต็มร้อยประมาณ 2-3 สัปดาห์หลังทำ

ข้อดีอีกอย่างคือ ไม่ต้องพักหน้า แต่ในบางรายอาจมีรอยช้ำจากเข็มได้ครับ (วันรุ่งขึ้นสามารถแต่งหน้ากลบรอยเข็มหรือรอยช้ำได้)

โปรแกรมกระชับผิว ลดแก้ม ลดเหนียง ด้วยคลื่นวิทยุเข้มข้นสูง (Monopolar RF) หรือ เทอร์มาจ เห็นผลหลังทำทันที 10-20% และจะชัดเจนเต็มที่หลังทำประมาณ 1-3 เดือน

จุดเด่น คือ ไม่ต้องพักหน้า ไม่มีรอยช้ำ ไม่มีรอยแผลใด ๆ ทำเสร็จสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ และ ไม่ต้องทำบ่อย ทำครั้งเดียวผลลัพธ์ก็อยู่ได้นาน 1-2 ปี

อัลเทอราปี (Ultherapy), พรีม่าลิฟท์ (Prima Lift with MMFU)

ปิดท้ายด้วยโปรแกรมดึงหน้าใหม่ ดันผิวแน่น ด้วยคลื่นอัลตร้าซาวด์ ไม่ว่าจะเป็นอัลเทอราปี (Ultherapy) โปรแกรมยกกระชับผิว เสมือนการผ่าตัดดึงหน้า โดยไม่มีรอยแผล มีจอภาพเรียลไทม์ แสดงให้เห็นชั้นผิวของคนไข้ ทำให้หมอยิงพลังงานลงไปแก้ไขชั้นผิวที่หย่อนคล้อยได้อย่างตรงจุด ทำครั้งเดียวผลลัพธ์ยาวนาน 1-2 ปี

ส่วนอีกโปรแกรมคือ พรีม่าลิฟท์ (Prima Lift with MMFU) เทคโนโลยีอัลตร้าซาวด์เหมือนกัน แต่ไม่มีจอภาพเรียลไทม์ ทำครั้งเดียวผลลัพธ์นาน 6-8 เดือน

ข้อดีของ 2 โปรแกรมนี้ คือ เห็นผลหลังทำทันที 20-30%  และผลลัพธ์จะเต็มร้อยอีกประมาณ 1-3 เดือนหลังทำ ไม่มีรอยแผล ไม่ต้องพักหน้าหลังทำ

หวังว่า บทความนี้พอจะเป็นประโยชน์ให้กับหลาย ๆ ท่านนะครับ ท่านใดที่ยังไม่แน่ใจว่าตัวเองเหมาะกับการทำอะไร หรือ อยากทำหลายหัตถการ แต่ไม่รู้จะวางแผนการทำอะไรก่อนหลัง ก็สามารถทักไลน์นัดคิวเข้ามาปรึกษาก่อนตัดสินใจได้ครับ เดอะ พรีม่า คลินิก มีหมออยู่ประจำทุกวัน หมอทำเองทุกเคส ให้คำแนะนำอย่างตรงไปตรงมา ตามหลักการแพทย์ ที่สำคัญ ปรึกษาฟรี ไม่มีเซลล์กดดันยัดเยียดขายคอร์ส

สอบถามราคาและโปรโมชั่นได้ทางไลน์ @theprimaclinic (มี @ ข้างหน้าด้วยนะครับ) หรือ คลิกที่ปุ่มสีเขียวด้านล่างนี้ครับ

Share on facebook
Share on Facebook
Share on twitter
Twitter

สาระความงามที่เกี่ยวข้อง

Leave a comment