โบท็อก ฟิลเลอร์ ต่างกัน
November 25, 2022

มือใหม่ควรรู้ โบท็อกซ์ กับ ฟิลเลอร์ ต่างกันอย่างไร

อายุที่เพิ่มขึ้นทำให้เกิดริ้วรอยแห่งวัย ไม่ว่าจะเป็น รอยตีนกา รอยย่นหน้าผาก ร่องแก้ม ร่องใต้ตา เป็นต้น เรามักได้ยินว่า “โบท็อกซ์ ฟิลเลอร์” ว่าช่วยแก้ไขริ้วรอยเหล่านี้ได้ แต่สำหรับคนที่ไม่เคยเข้าคลินิกความงามมาก่อน คงจะสงสัยว่าโบท็อกซ์ กับ ฟิลเลอร์ ต่างกันยังไง แล้วเราควรฉีดอะไร มีผลข้างเคียง หรือ อันตรายไหม วันนี้แอดมินแยกประเด็นความแตกต่างแต่ละเรื่องมาให้ครับ

โบท็อกซ์ ต่างกับ ฟิลเลอร์ อย่างไร

เลือกเนื้อหาที่ต้องการอ่าน

ตัวยาที่ใช้ และ หลักการทำงานของตัวยา

“โบท็อกซ์” เป็นชื่อทางการค้าของสารโบทูลินัมท๊อกซิน เอ ซึ่งสกัดมาจากแบคทีเรียคลอสทริเดียมโบทูลินัม (Clostridium Botulinum) ที่สร้างสารพิษชื่อ โบทูลินัมท๊อกซิน จริงๆแล้วสารโบทูลินัมมี 7 ชนิด คือ โบทูลินัมชนิดเอ ถึง จี แต่ชนิดที่มีคุณสมบัติดีและเรานำมาใช้ในทางการแพทย์มี 2 ชนิด คือ โบทูลินัมชนิดเอ ใช้ในทางความงาม ส่วนโบทูลินัมชนิดบี ใช้ในการรักษาผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง

ส่วนวิธีการที่จะได้รับยาคือการฉีดเข้าที่กล้ามเนื้อ หากใช้วิธีการทายาจะทําให้สารไม่สามารถซึมลงไปถึงชั้นกล้ามเนื้อได้ ซึ่งเมื่อแพทย์ฉีดสารโบท็อกซ์เข้าไปบริเวณจุดที่มีปัญหา ตัวสารโบท็อกซ์จะเข้าไปจับที่ปลายประสาท เซลล์ประสาทจึงไม่สามารถหลั่งสารสื่อประสาทส่งมาที่กล้ามเนื้อได้ และจะทำให้กล้ามเนื้อในบริเวณที่ฉีดเกิดการคลายตัวลงชั่วคราวและเล็กลง สารนี้มีความปลอดภัย และ สลายได้เองตามธรรมชาติ

“ฟิลเลอร์” คือ สารไฮยาลูโรนิค แอซิด ( Hyaluronic Acid ) หรือ เรียกสั้น ๆ ว่า “เอชเอ HA” เป็นสารเลียนแบบสารที่มีอยู่แล้วตามธรรมชาติในผิวมนุษย์ แต่ขาดหายไปตามกาลเวลา

สารเอชเอจะช่วยกักเก็บน้ำใต้ชั้นผิว ในจุดที่ต้องการได้รับการแก้ไขหรือขาดหายไป เพื่อเติมเต็มช่องว่างให้กับเซลล์ผิวหนัง ทำให้ผิวเกิดความยืดหยุ่น เพิ่มความเต่งตึง เรียบเนียน ร่องลึกที่มีจะดูตื้นและนูนขึ้น อีกทั้งยังเป็นการเติมใยคอลลาเจนที่หายไปให้กลับมาดูอิ่มเอิบ แลดูอ่อนเยาว์กว่าวัย

ฟิลเลอร์ถูกใช้มามากกว่าสิบปี มีความปลอดภัย และ สลายได้เองตามธรรมชาติเช่นเดียวกับโบท็อกซ์

ประโยชน์ และ จุดที่นิยมฉีด

ในวงการความงาม เรามักฉีดโบท็อกซ์ เพื่อ “ลดริ้วรอยจากการแสดงสีหน้า” ไม่ว่าจะเป็น รอยตีนกาหรือรอยย่นใต้ตาเมื่อยิ้ม รอยย่นบริเวณหน้าผากเมื่อเลิกคิ้วขึ้น รอยย่นระหว่างคิ้วเมื่อขมวดคิ้ว

นอกจากนี้ ยังใช้ “ลดการทำงานของต่อมเหงื่อ/ต่อมไขมัน” ใต้วงแขน ฝ่ามือ ฝ่าเท้า สำหรับคนที่มีเหงื่อออกง่าย มีกลิ่นตัว ลดหน้ามัน ลดขนาดรูขุมขนที่กว้างให้เล็กลง “ลดขนาดกล้ามเนื้อ” กราม น่อง หรือ ลำคอที่มีขนาดใหญ่ให้ดูเรียวเล็กลง รวมถึงสามารถ “ยกกระชับ” กรอบหน้าที่หย่อนคล้อยให้กระชับขึ้น ดูเรียวสวย แต่จะเหมาะกับคนที่มีความหย่อนคล้อยของใบหน้าไม่มากนัก

ส่วนฟิลเลอร์จะช่วย “เติมเต็มร่องลึก” ให้ตื้นหรือนูนขึ้น เช่น ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก ร่องใต้ตา ที่เกิดจากการวัยที่เพิ่มขึ้น การเติมเพื่อ “ปรับรูปหน้า หรือ เติมส่วนที่ขาดหายให้สมดุล” ในบริเวณต่าง ๆ เช่น ขมับตอบ แก้มที่ไม่เท่ากัน แก้มตอบ ปากที่บาง คางที่สั้น หน้าผากยุบ เป็นต้น แม้กระทั่งใช้ “เพิ่มความชุ่มชื้น” ในการบำรุงผิวให้เปล่งปลั่งสดใส เช่น ใต้ตาที่หมองคล้ำ ผิวที่แห้งเหี่ยวบริเวณใบหน้า หลังมือ ริมฝีปาก เป็นต้น

ฟิลเลอร์ แก้มตอบ หน้าแก้ม รีวิว

แอดมินมีทริคจำสั้น ๆ ง่าย ๆ  ว่าโบท็อกซ์ช่วย “ลดหรือเรียว”

ส่วน ฟิลเลอร์ ช่วย “เพิ่มหรือเติม” นั่นเองครับ

หน่วยที่ใช้ในการฉีด

โบท็อกซ์ มีหน่วยเป็น ยูนิต บรรจุอยู่ในขวด โดย 1 ขวด หรือ 1 กล่อง จะมีขนาด 50 / 100 / 200 ยูนิต

ส่วนฟิลเลอร์มีหน่วยเป็น ซีซี หรือ เอ็มแอล บรรจุอยู่ในเข็ม โดย 1 เข็ม หรือ 1 กล่อง จะมีปริมาณ 1 ซีซี

ทั้งนี้ การฉีดในแต่ละจุดนั้นจะขึ้นอยู่กับสภาพปัญหาและการประเมินของแพทย์ครับ

ระยะเวลาในการเห็นผล

โบท็อกซ์

  • ลดริ้วรอย เริ่มเห็นผลหลังทำประมาณ 3-7 วัน
  • ลดการทำงานกล้ามเนื้อ จะเริ่มเห็นผลหลังทำประมาณ 1 เดือน
  • ผลลัพธ์ของการฉีดโบท็อกซ์จะอยู่นานประมาณ 4-6 เดือน

ฟิลเลอร์

  • เห็นความแตกต่างหลังทำทันทีหลังการฉีด แต่ผลลัพธ์จะเต็มที่ประมาณ 2-4 สัปดาห์หลังฉีด
  • ผลลัพธ์ของการฉีดฟิลเลอร์อยู่นานประมาณ 4 เดือน ถึง 2 ปี

โดยระยะเวลาของผลลัพธ์ทั้งโบท็อกซ์และฟิลเลอร์ จะขึ้นอยู่กับจุดที่ฉีด ยี่ห้อที่ใช้ รวมถึงการดูแลตัวเองหลังการฉีดของแต่ละบุคคล

ใครบ้างที่ไม่เหมาะกับการฉีดโบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ ?

  1. ผู้ที่ตั้งครรภ์ หรือ ให้นมบุตรอยู่
  2. ผู้มีความผิดปกติทางกล้ามเนื้อและระบบประสาท เช่น โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (Myasthenia gravis) โรค ALS (Amyotrophic lateral sclerosis) ไม่ควรฉีดโบ เพราะอาจทำให้อาการแย่ลง
  3. มีประวัติการใช้ยากลุ่ม NSAID ยากดภูมิคุ้มกัน หรือ corticosteriods มานาน

  4. มีปัญหาสุขภาพจิต

  5. คนไข้โรคแพ้ภูมิตัวเอง โรคเริม หรือ โรคลมชัก
  6. มีประวิติแพ้ยาชา Lidocaine

  7. มีประวิติเคยแพ้สารบางชนิดอย่างรุนแรง (Anaphylaxis) มาก่อน เช่น เคยมีผื่นลมพิษ แน่นหน้าอก ความดันโลหิตต่ำ เป็นต้น

  8. มีการอักเสบที่ผิวหนังบริเวณที่จะฉีด เช่น ผิวหนังที่มีผื่นขึ้น ถุงซีสต์ สิว ผื่น หรือลมพิษ การติดเชื้อ หรือเนื้องอกในบริเวณใกล้เคียงจนกว่าจะสามารถควบคุมอาการได้

  9. ผู้ที่มีภาวะเลือดออกผิดปกติ หรือ ผู้ที่มีการใช้สารที่ส่งผลต่อการทำงานของเกล็ดเลือด ยาละลายลิ่มเลือด หรือยาต้านการแข็งตัวของเลือด อาจเกิดอาการฟกช้ำ ห้อเลือด หรือมีเลือดออกเฉพาะที่ได้

สามารถฉีดทั้งโบท็อกซ์และฟิลเลอร์พร้อมกันได้ไหม ?

ทำได้ครับ แต่ควรฉีดเพื่อแก้ปัญหาคนละตำแหน่งกัน เช่น ฉีดโบท็อกซ์ลดริ้วรอยหางตา หน้าผาก ระหว่างคิ้ว หรือ ลดขนาดกราม แล้วฉีดฟิลเลอร์เพื่อเติมเต็มร่องแก้ม ฉีดปาก ฉีดใต้ตา เป็นต้น

สรุปการแก้ปัญหา "ริ้วรอย" แต่ละจุด ทั่วหน้าและลำคอ

แก้ริ้วรอยแห่งวัย

สรุปการแก้ปัญหาริ้วรอยแห่งวัย แต่ละจุดควรใช้เลือกโปรแกรมใด ถ้าไม่อยากผ่าตัดดึงหน้า

1. “ริ้วรอยลึก จากการแสดงสีหน้า” เช่น รอยตีนกา รอยย่นขมวดคิ้ว รอยย่นเลิกหน้าผาก

✅ โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์

*ไม่เหมาะในการฉีดฟิลเลอร์*

2. “ริ้วรอยเล็ก ๆ ทั่วหน้า ที่ไม่ได้มาจากการแสดงสีหน้า” และรอยย่นข้างแก้ม

หัตถการกลุ่มฉีด

  • โปรแกรมฉีดสกัลป์ทรา
  • โปรแกรมฉีดเรเดียส
  • โปรแกรมฉีดสกินรีไวฟ์
  • โปรแกรมฉีดสกินบูสเตอร์
  • โปรแกรมฝังอาหารผิว (Cellcode) ด้วย RejuHeal (รีจูรัน)

หัตถการกลุ่มเครื่องมือ (ไม่ใช้เข็ม)

  • โปรแกรม Thermage FLX+
  • โปรแกรม Morpheus8
  • โปรแกรม Fractora Pro
  • โปรแกรม Ulthera PRIME
  • โปรแกรม RedGlow
  • โปรแกรม Exion Ai

*การฉีดโบท็อกซ์ ไม่สามารถช่วยได้*

3. ริ้วรอยเหี่ยวย่นใต้ตา 

  • โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
  • โปรแกรม Therma Eyes 4D Lift (เทอร์มาจตา)
  • โปรแกรม Exion Ai

*การฉีดโบท็อกซ์ ไม่สามารถช่วยได้*

3. ริ้วรอยเหี่ยวย่นเปลือกตาบน

  • โปรแกรม Therma Eyes 4D Lift (เทอร์มาจตา)

*ไม่ควรฉีดทั้งโบท็อกซ์และฟิลเลอร์*

4. ร่องลึก โดยที่ยังไม่ได้แสดงสีหน้า เช่น ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก

  • โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์
  • โปรแกรม Ulthera PRIME
  • โปรแกรม Prima Lift with MMFU
  • โปรแกรม Thermage FLX+
  • โปรแกรม Exion Ai

5. ริ้วรอยบริเวณลำคอ

หัตถการกลุ่มฉีด

  • โปรแกรมฉีดเรเดียส

หัตถการกลุ่มเครื่องมือ (ไม่ใช้เข็ม)

  • โปรแกรม Thermage FLX+
  • โปรแกรม Morpheus8
  • โปรแกรม Fractora Pro
  • โปรแกรม Ulthera PRIME
  • โปรแกรม RedGlow
  • โปรแกรม Exion Ai

*ไม่เหมาะกับการฉีดโบท็อกซ์และฟิลเลอร์*

สรุปข้อดีของการฉีดโบท็อกซ์และฟิลเลอร์

  • เป็นอีกหนึ่งวิธีปรับรูปหน้าที่มีความปลอดภัยสูง เพราะได้รับการรับรองจากอย. ไทยและต่างประเทศ
  • เห็นผลลัพธ์ไว โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น หลังจากฉีดเสร็จสามารถกลับไปทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ

อย่างไรก็ตาม แม้ว่า โบท็อกซ์ และ ฟิลเลอร์ จะเป็นสารที่มีความปลอดภัยสูง และ สลายได้เองตามธรรมชาติ แต่ทั้งนี้ต้องตรวจสอบว่าเป็นของแท้ ผ่าน อย. ไทย และ ทำในคลินิกที่ได้มาตรฐาน โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น เพราะถ้าใช้ของปลอม ไม่สลายตามธรรมชาติ กระบวนการฉีดไม่สะอาด หรือ ฉีดในจุดที่ไม่ถูกต้อง หรือ แพทย์ไม่มีความเชี่ยวชาญ อาจเกิดผลข้างเคียงตามมาดังที่เราเห็นในข่าวอยู่บ่อย ๆ นั่นเองครับ

เดอะ พรีม่า คลินิก เราสั่งโบท็อกซ์ฟิลเลอร์โดยตรงจากบริษัทที่นำเข้า ผู้ถือลิขสิทธิ์หนึ่งเดียวในแต่ละยี่ห้อ เพื่อมั่นใจในประสิทธิภาพการจัดเก็บและขนส่ง แกะกล่องใหม่ ดึงยาต่อหน้าคนไข้ทุกราย ใช้หมดเคสต่อเคส รวมถึงหมอช้อปมีความเชี่ยวชาญในการฉีดโบท็อกซ์และฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า จนได้รับการโหวตให้เป็นคลินิกฉีดโบท็อกซ์ฟิลเลอร์อันดับ 1 ของจังหวัดชลบุรีจากเว็ปไซต์ WongNai

นอกจากนี้คุณหมอยังได้รับรางวัลยอดใช้โบท็อกซ์ฟิลเลอร์ติดลำดับประเทศ เป็นอันดับ 1 ในชลบุรี ที่เป็นคลินิกเดี่ยว ที่ไม่มีสาขา และหมอประจำท่านเดียว

สามารถนัดคิวเข้ามาปรึกษาหมอและทีมผู้เชี่ยวชาญได้โดยไม่มีค่าปรึกษาครับ หมอเข้าทุกวัน ทำเองทุกเคส

Share on facebook
Share on Facebook
Share on twitter
Twitter

สาระความงามที่เกี่ยวข้อง

Leave a comment