BeautyTips004

🧐 หลายคนมีคำถามเกี่ยวกับการให้วิตามินผ่านสายน้ำเกลือ หรือ ดริปผิว ฉีดผิว เช่น
– ขาวจริงไหม ❓
– ขาวครั้งแรกเลยไหม ❓
– อันตรายไหม ❓
– มีผลต่อตับไตไหม ❓
หมอช้อป แพทย์ประจำ เดอะ พรีม่า คลินิก จะมาไขข้อข้องใจให้ครับ

👨🏻‍⚕️ นพ.วรุตม์ คุณาฤทธิพล (หมอช้อป)
– ปริญญาโท ตจวิทยา (ผิวหนัง)
– Dermatology Clinical Observership,
Jutendo University Hospital , Tokyo
– Fellowship in Anti-Aging Medicine

ก่อนอื่น หมอขอแสดงภาพผลของอนุมูลอิสระต่อผิวหนังของเรา เช่น แสงแดด ฝุ่นควัน ความเครียดบ่อยๆ ที่ส่งผลให้ผิวหนังเกิดความเสื่อม ขาดความชุ่มชื้นดูแห้งหมองคล้ำจากสารไฮยาลูโลนิกที่หายไป เกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นจากเส้นใยคอลลาเจนและอิลาสตินที่เสื่อมไปตามกาลเวลา
ซึ่งการให้วิตามินที่เหมาะสมกับร่างกายสามารถช่วยให้ผิวนุ่มนวล กระจ่างใสได้ครับ

📌ปกติมักรับการรักษาทุก 1-2 สัปดาห์/ครั้ง

 

แล้วถ้าหากให้ปริมาณมากเกินไปหรือถี่เกินไปล่ะ จะมีผลอะไรมั้ย 😰 ?
🔸️อาจเกิดผลเสียตามมาได้ครับ เช่น หากให้วิตามินซีถี่เกินไปหรือมากไป อาจเกิดภาวะวิตามินซีเกินขนาด และมีอาการบางอย่างตามมาได้ เช่น
1. ถ่ายเหลว 🤢
2. คลื่นไส้อาเจียน 🤮
3. ภาวะธาตุเหล็กเกิน (hemochromatosis) วิตามินซีจะเพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็กที่ลำไส้ ซึ่งทำให้เกิดอันตรายต่อ ตับ หัวใจ หรือ ไต ได้ 💓
4. นิ่วที่ไต (Oxalate Stone) 🤨

 

ดังนั้นเราควรได้รับสารเหล่านี้ในขนาดที่เหมาะสมครับ

📌 เคยได้ยินว่าให้ “กลูต้า” แล้วผิวขาวเร็วมาก มันดีจริงมั้ย ?
🔸️บางที่อาจใช้สารที่ชื่อว่า “กลูต้าไธโอน” หรือ ที่คุ้นหูว่า”กลูต้า” ซึ่งสารชนิดนี้ยัง “ไม่ผ่าน‼ ❌🤯 การอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. ในการให้ทางหลอดเลือด

🔸️หากบางที่มีการผสมสารนี้ลงไป อาจทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้ครับ เช่น เกิดอาการแพ้รุนแรง ไทรอยด์ทำงานผิดปกติ ไตวาย หรือ ตับอักเสบ ได้ 😰
🔸️สารกลูต้าไธโอนในการรักษาฝ้า และทำให้ผิวขาวเปล่งปลั่งเหมือนมีแสงออร่านั้น ยังไม่มีข้อมูลยืนยันทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ อาจเป็นผลข้างเคียงจากการใช้สารนี้ที่ใช้รักษาโรคอื่นแล้วผิวขาวขึ้นชั่วคราวเท่านั้น เมื่ออาการข้างเคียงหายไป เม็ดสีที่ผิวหนังก็จะกลับเข้มขึ้นดังธรรมชาติเดิม
🔸️ดังนั้น จึงไม่ควรให้ “กลูต้าไธโอน”ทางหลอดเลือด ‼แม้จะขาวไว แต่อันตรายก็มากเช่นกัน ดังนั้นควรถามคุณหมอ หรือ เจ้าหน้าที่ ก่อนทำการรักษาทุกครั้งว่ามีสารนี้หรือไม่
มีงานวิจัยหนึ่งน่าสนใจมาก เป็นการรักษารอยดำบนใบหน้าด้วยการผลักวิตามินซีลงสู่ผิว เทียบกับ การให้ทางหลอดเลือด นี่คือ ภาพก่อนการรักษาครับ
หลังการรักษารอยดำด้วยวิธีแรก คือ ผลักวิตามินซีลงผิวหนังด้วยเครื่อง Iontophoresis (ไอออนโต) ถึง 11 ครั้ง พบว่ารอยดำจางลงน้อยมาก
แต่เมื่อรักษาด้วยการผลักวิตามินซีลงผิวหนังด้วยเครื่อง Iontophoresis (ไอออนโต)
ครั้งที่ 12 และ เริ่มการรักษาด้วยการให้วิตามินซีทางหลอดเลือดจำนวน 3 ครั้ง
ปรากฎว่า –> รอยดำจางลงชัดเจน และ ผิวโดยรอบขาวกระจ่างใสขึ้น✅
จึงพอสรุปได้ว่า การให้วิตามินผ่านหลอดเลือด หรือ การดริปผิวนั้น ทำให้ผิวเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 👏👏

แต่ถ้าเห็นโฆษณาว่า “ฉีดวิตามินผิวขาวขั้นสุด ขาวเร็ว ขาวไวตั้งแต่ครั้งแรก”

คำตอบ คือ มั่วนิ่ม ⛔ครับ
‼ยาที่มีราคาถูกจนเกินไป อาจมีส่วนผสมของยาที่อันตรายได้
หรือ
‼อาจผสม “กลูต้าไธโอน” ที่แม้จะขาวไว แต่อันตรายก็มากเช่นกัน ดังนั้นควรถามคุณหมอ หรือ เจ้าหน้าที่ ก่อนทำการรักษาทุกครั้งว่ามีสารนี้หรือไม่ 👨🏻‍⚕️
อย่างไรก็ดี แม้ว่าการฉีดผิวขาว หรือ ดริปวิตามินผิว จะปลอดภัย และเห็นผล แต่ควรเข้ารับการรักษากับแพทย์ผู้มีประสบการณ์ และ สถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน เพื่อหลีกเลี่ยงอันตราย เช่น ยาไม่ได้อย. ซึ่งอาจทำให้เกิดผลเสีย เช่น เกิดการแพ้ หรือ ตับ/ไต อักเสบ เป็นต้น
❤เพียงเท่านี้เราก็จะดูดีได้อย่างปลอดภัยครับ

ข้อมูลแหล่งอ้างอิงจาก

https://www.pharmacy.mahidol.ac.th/th/knowledge/article/139/กลูตาไธโอน-Glutathione-ตอนที่2-ยาฉีด-ยากิน-และยาทา/
https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC2645136/…
Lee, Georgia. (2008). Intravenous vitamin C in the treatment of post-laser hyperpigmentation for melasma: A short report. Journal of cosmetic and laser therapy : official publication of the European Society for Laser Dermatology. 10. 234-6. 10.1080/14764170802187193.
Davids, Lester & van Wyk, Jennifer & Khumalo, Nonhlanhla. (2016). Intravenous glutathione for skin lightening: Inadequate safety data. South African medical journal = Suid-Afrikaanse tydskrif vir geneeskunde. 106. 782-786. 10.7196/SAMJ.2016.v106i8.10878.
Pham-Huy, L. A., He, H., & Pham-Huy, C. (2008). Free radicals, antioxidants in disease and health. International journal of biomedical science : IJBS, 4(2), 89–96.
M. Irshad, P.S. ChaudhuriOxidant–antioxidant system: role and significance in human bodyIndian J Exp Biol, 40 (2002), pp. 1233-1239
V.K. Gupta, S.K. SharmaPlants as natural antioxidantsNat Prod Rad, 5 (4) (2006), pp. 326-334
X. MaxwellAntioxidant therapy: does it have a role in treatment of human diseases?Exp Opin Investig Drugs, 6 (1997), pp. 211-236
J.G. ScandaliosOxidative Stress and the Molecular Biology of Antioxidant DefencesCold Spring Harbor Laboratory Press, New York (1997), pp. 1-890
A.K. Tiwari Imbalance in antioxidant defence and human diseases: multiple approach of natural antioxidant therapyCurr Sci, 81 (9) (2001), pp. 1179-1187
D. Warner, H. Sheng, I. Batini-HaberleOxidants, antioxidants and the ischaemic brain J Exp Biol, 207 (18) (2004), pp. 3221-3231
M. Naziroglu, P. Butterworth Protective effects of moderate exercise with dietary vitamin C and E on blood antioxidative defence mechanism in rats with streptozotocin-induced diabetes Can J Appl Physiol, 30 (2) (2005), pp. 172-185
I. Elmadfa, A. Meyer Body composition, changing physiological functions and nutrient requirements of the elderly Ann Nutr Metab, 52 (1) (2008), pp. 2-5
Meyers DG, Maloley PA, Weeks D. Safety of Antioxidant Vitamins. Arch Intern Med. 1996;156(9):925–935. doi:10.1001/archinte.1996.00440090015002
Schlueter, A. K., & Johnston, C. S. (2011). Vitamin C: Overview and Update. Journal of Evidence-Based Complementary & Alternative Medicine, 16(1), 49–57. https://doi.org/10.1177/1533210110392951