ใครเกิดมาไม่มีสิวถือเป็นลาภอันประเสริฐอย่างหนึ่ง แต่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีลาภนี้ครับ (เหมือนซื้อหวยให้ถูกรางวัลที่ 1 นั่นแหละครับ)![]()
ฉะนั้นไม่ต้องน้อยเนื้อต่ำใจ…เรามาหาทางเคลียร์มันออกจากชีวิตอย่างถูกวิธีกันดีกว่า
แค่กดสิว / บีบออก ไม่ได้ทำให้หาย
หนำซ้ำกดผิดชีวิตเปลี่ยน เพราะอาจหน้าพัง ติดเชื้อ ทิ้งรอยดำ และ เป็นหลุมสิวได้ ![]()
ก่อนอื่นเราต้องแยกประเภทสิวก่อนครับ ถึงจะเห็นแนวทางรักษา หลัก ๆ สิวมี 2 ประเภทครับ คือ
1️. สิวไม่อักเสบ (Non-Inflammatory Acne) ![]()
รักษาด้วยการ “กดสิว” ได้
สิวไม่อักเสบ หรือสิวอุดตัน มีทั้งสิวไม่มีหัว สิวเสี้ยน ฯลฯ
เกิดจากการอุดตันของรูขน เรียกว่า comedone (ductal hypercornification) มี 2 ชนิด คือ สิวหัวเปิด และ สิวหัวปิด
1.1 สิวอุดตันหัวเปิด (Open / Black head comedone) ตรงยอดมีรูเปิดและมีก้อนสีดำอุดอยู่
กดสิวได้
1.2 สิวอุดตันหัวปิด (Close / White head comedone) จะนูนขึ้นมาจากผิวเหมือนเป็นไขมันอุดตันแต่ไม่มีรูเปิด เป็นตุ่มกลมเล็กแข็งสีขาวจะเห็นชัดขึ้นเมื่อดึงผิวหนังให้ตึงหรือโดยการคลำ
ควรทายาละลายหัวสิวก่อนกด นาน 3-4 สัปดาห์ จึงกดสิวได้
……………………………………………..
2️. สิวอักเสบ (Inflammatory Acne) ![]()
มักรักษาด้วยการ “ฉีดสิว”
สิวอักเสบ คือ สิวที่เกิดอาการบวมแดง และกดแล้วเจ็บ แบ่งเป็น
2.1) สิวอักเสบ นูนแดงขึ้นมาเล็กน้อย (Papule)
ฉีดสิวได้
2.2) สิวอักเสบ มีหัวหนองให้เห็นชัดเจน (Pustule)
แนะนำเป็นยาทาในกลุ่มยาฆ่าเชื้อ หรือ ยาละลายหัวสิวเพื่อลดการอักเสบของสิว
ไม่แนะนำให้ฉีดสิว
2.3) สิวอักเสบ หรือสิวหัวช้าง สิวซีสต์ (Nodule / Cyst)
รุนแรงที่สุด
เพราะคอลลาเจนถูกทำลายอาจกลายเป็นหลุมสิว ควรพบแพทย์เพื่อรักษาเร่งด่วน
ควรให้แพทย์พิจารณาว่าฉีดสิวได้หรือไม่
1. การกดสิว ![]()
ไม่ใช่การใช้มือบีบสิวนะครับ หมอไม่แนะนำให้บีบ เพราะเสี่ยงติดเชื้อ ทิ้งรอยดำนาน และอาจเป็นหลุมสิวถาวรได้
การกดสิวเป็นการใช้เครื่องมือแพทย์กด ทำให้สิวอุดตันหัวเปิดหลุดออกมา ซึ่งช่วยลดการสะสมของไขมันในรูขุมขน แต่ถ้ายังเป็นสิวอุดตันหัวปิดควรทำการละลายหัวสิวก่อนเพื่อให้กดง่ายขึ้น
……………………………………………..
แล้วเราจะกดสิวเมื่อไหร่ ![]()
กดสิวเมื่อเป็น “สิวอุดตัน” ครับ
ห้ามกดในสิวอักเสบ
……………………………………………..
การ กดสิวบ่อย ๆ อันตรายหรือไม่ ![]()
ไม่เป็นอันตรายในระยะยาวครับ
ไม่ใช่วิธีที่ทำให้สิวหายขาด เป็นเพียงวิธีที่ทำให้หัวสิวที่เราไม่ชอบหลุดออกได้เร็วทันทีครับ
……………………………………………..
ผลข้างเคียงของการกดสิว คืออะไร ![]()
หากกดผิดวิธี หรือ ใช้เครื่องมือที่ไม่สะอาด อาจทำให้เกิดรอยดำสิวมากขึ้น หรือ เกิดการติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น
อาจทำให้โพรงขนเสียหายการกลับมาเป็นสิวอุดตันได้ง่ายขึ้น
……………………………………………..
ข้อแนะนำ
1. การกดสิวนั้นควรทายาละลายหัวสิวก่อนกด นาน 3-4 สัปดาห์ เพื่อให้หัวสิวนิ่มถูกกดออกได้ง่าย ไม่เจ็บ และป้องกันการเกิดรอยดำหลังกดสิว หากกดแรงหรือกดผิดวิธี
2. ควรทำโดยผู้เชี่ยวชาญ และ ใช้เครื่องมือที่สะอาด ไม่ควรซื้อไม้มากดเอง เพราะอาจเกิดการติดเชื้อหรือเป็นรอยดำเพิ่มมากขึ้นได้
2. การฉีดสิว ![]()
เป็นการลดการอักเสบของสิวโดยแพทย์จะทำการฉีดตัวยาไปตรงสิว โดยสิวจะค่อย ๆ ยุบ และหายเจ็บในเวลา 2-3 วัน
มักใช้ในสิวชนิด “สิวอักเสบ” ครับ
อย่างไรก็ตามเมื่อสิวยุบแล้วเราต้อง “กดสิวหรือใช้ยาทาสิว” ร่วมด้วย เพราะการฉีดสิวแค่ช่วยให้ผิวหนังบริเวณที่อักเสบยุบตัวลง แต่หัวสิวยังอยู่ (ซึ่งช่วงที่สิวกำลังปวดอักเสบเรายังไม่ควรไปกดออก เพราะอาจทำให้ปวดมากและทำให้หนองกระจายมากขึ้นได้)
ถ้าเราไม่ฉีดแล้วปล่อยให้สิวอักเสบไว้นานๆ หนองจะกินผิวหนังบริเวณนั้น ทำให้กลายเป็นหลุมสิวได้![]()
……………………………………………..
เราจะฉีดสิวเมื่อไหร่ ![]()
เราจะฉีดในรายที่ตุ่มสิวอักเสบที่เกิดขึ้นไม่เกิน 2 สัปดาห์ เพื่อลดการอักเสบและลดการเกิดแผลเป็น
……………………………………………..
การฉีดสิวบ่อยๆ อันตรายหรือไม่![]()
ไม่เป็นอันตรายในระยะยาวครับ เพราะโดส (Dose) ของยาที่ฉีดมีปริมาณน้อยมาก
……………………………………………..
ผลข้างเคียงของการฉีดสิว คืออะไร ![]()
หากใช้ตัวยาความเข้มข้นไม่เหมาะสม หรือฉีดในปริมาณที่ไม่เหมาะสมกับขนาดของสิวจะทำให้เกิดรอยบุ๋มได้![]()
หากเกิดรอยบุ๋มนั้นไม่จำเป็นต้องรักษาอะไร ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 2-3 เดือน เนื้อจะตื้นขึ้นมาเองได้ครับ
สรุป
“การกดสิว” และ “การฉีดสิว” นั้น ไม่เป็นอันตรายครับ
แต่เป็นการรักษาสิวที่ปลายเหตุเท่านั้น!!! เหมือนเราปวดหัวแล้วกินยาแก้ปวด ซึ่งแก้ไม่ตรงจุด
การรักษาสิวที่ถูกต้องควรหาสาเหตุของโรคก่อนเสมอ เช่น เป็นสิวจากฮอร์โมน สิวจากการใส่หน้ากากอนามัย สิวจากเครื่องสำอาง หรือ จากสาเหตุอื่น ๆ อย่างไรก็ดี การรักษาสิวแนะนำว่าควรเริ่มจากการทายาก่อนเสมอ (หากเป็นสิวไม่มาก) และอาจรับประทานยา (หากเป็นสิวมาก) ซึ่งควรอยู่ในความดูแลของแพทย์
นอกจากนี้ เราควรปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของแพทย์ร่วมด้วย คือ ต้องช่วยกันทั้งหมอและคนไข้ครับเราจะได้มีผิวที่เนียนหล่อสวยไร้สิวกันครับ
หากใครมีข้อสงสัย เช่น เป็นสิวมานาน รักษามาทุกวิธี แต่ก็ไม่หายซักที ก็ลองเข้ามาปรึกษาหมอได้ที่เดอะ พรีม่า คลินิก ครับ ยินดีให้คำปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายครับ![]()
สาระความงามที่เกี่ยวข้อง
ขอบคุณแหล่งอ้างอิงจาก
1. www.cmaj.ca/lookup/suppl/doi:10.1503/cmaj.140665/-/DC1
2. http://www.dst.or.th/files_news/Acne_2010.pdf (แนวทางการดูแลรักษาโรค Acne สมาคมโรคผิวหนังแห่งประเทศไทย)
3. Zaenglein, Andrea & Pathy, Arun & Schlosser, Bethanee & Alikhan, Ali & Baldwin, Hilary & Berson, Diane & Bowe, Whitney & Graber, Emmy & Harper, Julie & Kang, Sewon & Keri, Jonette & Leyden, James & Reynolds, Rachel & Silverberg, Nanette & Gold, Linda & Tollefson, Megha & Weiss, Jonathan & Dolan, Nancy & Sagan, Andrew & Bhushan, Reva. (2016). Guidelines of care for the management of acne vulgaris. Journal of the American Academy of Dermatology. 74. 10.1016/j.jaad.2015.12.037.
4. Oon, H. H., Wong, S. N., Aw, D., Cheong, W. K., Goh, C. L., & Tan, H. H. (2019). Acne Management Guidelines by the Dermatological Society of Singapore. The Journal of clinical and aesthetic dermatology, 12(7), 34–50.
5. https://www.oatext.com/antimicrobial-peptides-novel…